ตัวยาใดที่บรรเทาอาการผิวแห้งแตกระคายเคือง

ตัวยาใดที่บรรเทาอาการผิวแห้งแตกระคายเคือง

บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่น ด้วยใช้ตัวยาอย่างเห็ดหูหนูขวาและสมุนไพรอวี้จู๋ (polygonatum) ฯลฯ ในการบำรุงสุขภาพในวัยทอง

เห็ดหูหนู

     ลักษณะ  มีฤทธิ์เป็นกลาง รสหวาน

สรรพคุณ  กระตุ้นของเหลวในร่างกาย บำรุงปอด ช่วยให้ผิวพรรณสดใส

รักษาอาการ  ภาวะร้อนในปอด ระคายคอไอเรื้อรัง ไอแบบมีเสมหะปนเลือด  ประจำเดือนมาไม่ปกติ ท้องผูก เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย

ปริมาณการใช้  ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

การเลือกซื้อและเก็บรักษา  เลือกที่สมบูรณ์เกาะเป็นกลุ่มก้อนสีขาวอมเหลือง  ไม่ควรซื้อเห็ดหูหนูขาวที่ขาวเกินไป เพราะอาจใส่สารฟอกขาว  ควรเก็บในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท

กินแล้วดี  ผู้ที่มีอาการคันระคายเคืองผิวหนัง ผิวแห้งกร้าน ไอเรื้อรัง และผู้ที่ท้องผูก

ไม่ควรกิน  ผู้ที่มีอาการไอเนื่องจากลมหนาว และผู้ที่มีเสมหะเนื่องจากความร้อนชื้น

 

สมุนไพรวี้จู๋ (polygonatum)

     ลักษณะ  มีฤทธิ์เป็นกลาง รสหวาน

สรรพคุณ  บำรุงหยิน บำรุงปอด บำรุงกระเพาะอาหารและลำไส้ กระตุ้นของเหลวในร่างกาย  ช่วยเรื่องการระบาย ขจัดริ้วรอย ทำให้ใบหน้าขาวใส

รักษาอาการ  หยินในปอดพร่อง ไอแห้งแบบไม่มีเสมหะ คอแห้ง กระหายน้ำ ภาวะร้อนในกระเพาะอาหาร เหงื่อไหลขณะนอนหลับ ตัวร้อน

ปริมาณการใช้  ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

     การเลือกซื้อ  ควรซื้อที่ร้านขายยาจีน  เลือกสมุนไพรอวี้จู๋ที่มีลักษณะสมบูรณ์ ค่อนข้างขาว ไม่ควรซื้อสีขาวจัดเพราะอาจใส่สารฟอกขาว

กินแล้วดี  ผู้ที่ผิวหนังแห้งกร้าน คัน ระคายเคือง  ไอเรื้อรัง  และผู้ที่คอแห้ง

ไม่ควรกิน  ผู้ที่ม้านพร่องและมีเสมหะ

ตัวยาสำหรับคนอ้วนมีอะไรบ้าง

หากต้องการให้โรคอ้วนในช่วงวัยทองดีขึ้น  ไม่อ้วนง่าย สามารถใช้ตัวยาอย่างลูกซานจา ข้าวมอลต์ และสมุนไพรเชอเฉียวจื่อ เป็นต้น

ลูกชานจา

     ลักษณะ  มีฤทธิ์ร้อน ไม่มีพิษ รสหวานอมเปรี้ยว

สรรพคุณ  เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ กำจัดเสมหะ ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น

ปริมาณการใช้  ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

การเลือกซื้อและเก็บรักษา  ถ้าเป็นซานจาแบบแห้งไม่ควรเลือกที่มีสีสันแดงสดเกินไป  ควรเก็บในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท

กินแล้วดี  ผู้ที่ระบบย่อยอาหารไม่ดี เบื่ออาหาร และผู้ที่มีอาการท้องบวม

ไม่ควรกิน ผู้ที่ม้ามพร่องและกระเพาะอาหารอ่อนแอ

ข้าวมอลต์

     ลักษณะ มีฤทธิ์ร้อน ไม่มีพิษ รสชาติหวานเจือเค็ม

สรรพคุณ  บำรุงม้าม กระเพาะอาหาร  ลดอาการบวม

ปริมาณการใช้  ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

การเลือกซื้อและเก็บรักษา  เลือกซื้อข้าวมอลต์ที่มีสีเหลือง เม็ดใหญ่ สมบูรณ์ เก็บในที่แห้งและมีอากาศถ่ายเท

กินแล้วดี คนอ้วน และผู้ที่กระเพาะอาหารและช่วงท้องบวม

ไม่ควรกิน ผู้ที่เป็นโรคบวมเนื่องจากเลือดลมเดินไม่สะดวก

 

สมุนไพรเชอเฉียวจื่อ (Asiatic plantain seed)

ลักษณะ  มีฤทธิ์เย็น ไม่มีพิษ รสหวาน

สรรพคุณ  บรรเทาอาการอักเสบ แก้ร้อนในและขับปัสสาวะ

ปริมาณการใช้  ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

การเลือกซื้อและเก็บรักษา  เลือกซื้อสมุนไพรเชอเฉียนจื่อที่มีเม็ดใหญ่ สมบูรณ์ สีดำ ไม่มีเปลือก ควรเก็บในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท

กินแล้วดี ผู้ที่อ้วนฉุเนื่องจากบวมน้ำ และผู้ที่ปัสสาวะขัด

ไม่ควรกิน  ผู้ที่ปัสสาวะบ่อย ท้องผูก เซื่องซึม ร่างกายร้อนผ่าวและอ่อนแอ และหญิงตั้งครรภ์

ตัวยาใดบรรเทาอาการโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ

สามารถใช้ยาอย่างลูกชานจา โสม และตังกุย เป็นต้น ในการป้องกันและฟื้นฟูอาการโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจในช่วงวัยทองดีขึ้น

ลูกซานจา

     ลักษณะ  มีฤทธิ์ร้อน ไม่มีพิษ รสหวานอมเปรี้ยว

สรรพคุณ นอกจากช่วยย่อยในคนอ้วนแล้ว ซานจายังลดคอเลสเตอรอล และรักษาโรคความดันสูง

ปริมาณการใช้  ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

การเลือกซื้อและเก็บรักษา  ถ้าเป็นลูกซานจาแบบแห้งไม่ควรเลือกซื้อที่มีสีสันแดงสดเกินไป  ควรเก็บในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท

กินแล้วดี ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และคอเลสเตอรอลสูง

ไม่ควรกิน ผู้ที่ม้ามพร่องและกระเพาะอาหารอ่อนแอ

โสม 

     ลักษณะ  โสมเกาหลีมีฤทธิ์อุ่น โสมและโสมอเมริกามีฤทธิ์เย็น รสหวานอมขมเล็กน้อย

สรรพคุณ  บำรุงกำลัง บำรุงสมอง ช่วยให้ความจำดีขึ้น ทั้งบำรุงปอด ไต หัวใจ

ปริมาณการใช้  ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

การเลือกซื้อและเก็บรักษา  เมื่อรากโสมหรือแผ่นโสมโดนลมจะเกิดความชื้น ขึ้นรา จึงเสียง่าย จึงควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากโสมจากร้านค้าหรือตัวแทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้ โสมที่หั่นเป็นแผ่นๆ ควรเก็บในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท

กินแล้วดี  ผู้ที่มีเลือดลมไม่สมบูรณ์ อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ร่างกายอ่อนแอเป็นเวลานาน

ไม่ควรกิน  ผู้ที่ร่างกายร้อนผ่าว คอแห้ง ผูที่ว้าวุ่นใจ

ตังกุย

     ลักษณะ  มีฤทธิ์ร้อน ไม่มีพิษ กลิ่นหอมฉุน รสหวานอมขมและเผ็ด

สรรพคุณ  รักษาโรคโลหิตจาง โรคหลอดเลือดหัวใจช่วยให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้น

ปริมาณการใช้  ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

การเลือกซื้อและเก็บรักษา  เลือกซื้อตังกุยที่บรรจุหีบห่อเรียบร้อยควรเก็บในตู้เย็นหรือที่แห้ง

กินแล้วดี ผู้ที่ร่างกายร้อนผ่าว คอแห้งผาก มีผื่นแดง เหงื่อไหลมากผิดปกติ ท้องเสีย มีอาการกระสับกระส่ายว้าวุ่นใจ

ตัวยาใดบรรเทาโรคกระดูกพรุน

หากต้องการป้องกันและทำให้อาการกระดูกเปราะบางในช่วงวัยทองดีขึ้นสามารถใช้ยาอย่างสมุนไพรตู้จ้ง (eucommia bark) สมุนไพรหนิวซี (radix achyranthis bidentatae) ฯลฯ ในการบำรุงรักษาร่างกาย

สมุนไพรตู้จ้ง ( eucommin bark)

     ลักษณะ มีฤทธิ์ร้อน ไม่มีพิษ รสหวานออกเผ็ดเล็กน้อย

สรรพคุณ บำรุงตับและไต  เสริมความแข็งแรงของเอ็นและกระดูก คลายความปวดเมื่อย  บำรุงครรภ์ ช่วยให้จิตใจสงบ  บรรเทาอาการเจ็บและลดความดันโลหิต

รักษาอาการ ไตพร่อง ปวดเอว ปวดหลัง ขาและเข่าปวดเมื่อยไม่มีแรง

ปริมาณการใช้ ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

           การเลือกซื้อ  สมุนไพรตู้จ้งคือเปลือกไม้ของต้นตู้จ้ง เมื่อผ่านการอบแห้งจะมีลักษณะเป็นแผ่นเรียบหรือแผ่นหมวดขด มีสีน้ำตาลอมเทา เปราะบาง ฉีกขาดง่าย บริเวณหน้าตัดมีเส้นบางๆ สีเงินคล้ายเส้นไหมเนื่องจากกรรมวิธีการผลิตต้องผ่านการผัด ทำให้ภายในเกิดฟองขึ้นแล้วมีน้ำหนักลดลง ซึ่งบางร้านก็นำสมุนไพรตู้จ้งไปย้อมสีเพื่อเพิ่มน้ำหนักซึ่งถ้าสีที่นำมาย้อมเป็นสีสังเคราะห์ ก้ส่งผลเสียต่อร่างกาย

กินแล้วดี ผู้ที่ปวดเอวและกระดูก ขาและหัวเข่าไม่มีแรง โรคความดันโลหิตสูง และผู้ที่องคชาตไม่แข็งตัว

ไม่ควรกิน  ผู้ที่ร่างกายอ่อนแอหลังป่วย ผู้ที่ตัวร้อนผ่าวและกระสัยกระส่าย

สมุนไพนหนิวซี (radix achyranthis bidentatae)

ลักษณะ มีฤทธิ์เป็นกลาง รสเปรี้ยวอมขม

     สรรพคุณ บำรุงตับและไต เสริมความแข็งแรงของเอ็นและกระดูกสลายเลือดคั่ง และช่วยกระตุ้นการขับก้อนนิ่ว

รักษาอาการ ขาทั้งสองข้างเดินไม่สะดวก ไม่มีแรง ปวดเอวและขาเนื่องจากเลือดคั่ง

ปริมาณการใช้ ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

การเลือกซื้อ  เลือกซื้อสมุนหนิวซีที่มีสีเหลืองอ่อน ชิ้นใหญ่และนิ่ม ไม่ควรซื้อชิ้นที่สั้น  สีดำและแข็ง

ไม่ควรกิน ผู้ที่ท้องเสียและหญิงตั้งครรภ์

ตัวยาใดบรรเทาโรคลำไส้และกระเพาะอาหาร

สามารถใช้ตัวยาอย่างมันเทศและพุทราจีน ฯลฯ หากต้องการป้องกันและทำให้อาการโรคลำไส้และกระเพาะอาหารในวัยทองดีขึ้น

มันเทศจีน

     ลักษณะ มีฤทธิ์เย็น ไม่มีพิษ รสหวาน

สรรพคุณ บำรุงม้ามปอด กระเพาะอาหาร และไต ขยายหลอดเลือด ปรับการหมุนเวียนของเลือดให้ดีขึ้น บำรุงร่างกาย กระตุ้นของเหลวในร่างกาย แก้กระหาย บำรุงม้ามและปอดเสริมความแข้งแรงให้เอ็นและกระดูก

รักษาอาการ  ม้ามพร่อง และกระเพาะอาหารอ่อนแอ ท้องเสียโรคบิด ปัสสาวะบ่อย เหงื่อไหลขณะหลับ ฯลฯ

ปริมาณการใช้ ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

การเก็บรักษา  เก็บไว้ในที่แห้ง ร่ม และเย็น

กินแล้วดี  ผู้ที่ท้องเสีย ปัสสาวะบ่อย เส้นเลือดอุดตัน เหงื่อไหลขณะหลับ

ไม่ควรกิน  ผู้ที่ผื่นแดง เหงื่อไหลออกมากผิดปกติ และท้องผูก

พุทราจีน 

     ลักษณะ  มีฤทธิ์อุ่น รสหวาน กินได้ทั้งสดและแห้ง

สรรพคุณ บำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร บำรุงร่างกาย เสริมลมปราณ กระตุ้นของเหลวในร่างกาย บำรุงเลือด ทำให้จิตใจสงบและขับปัสสาวะ

รักษาอาการ ม้ามพร่องและกระเพาะอาหารอ่อนแอ เลือดลมไม่สมบูรณ์ ท้องเสีย โรคบิด ปวดท้อง เหงื่อออกมากผิดปกติ ไอและกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ

ปริมาณการใช้ ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

การเลือกซื้อ  เลือกพุทราจีนที่สีแดงฉ่ำ ผลสมบูรณ์ เนื้อหนาไม่ควรซื้อพุทราที่มีรอยสีดำและนิ่ม

กินแล้วดี  ผู้ที่ม้ามพร่องและกระเพาะอาหารอ่อนแอ เลือดลมไม่ดีหน้าซีด

ไม่ควรกิน  ผู้ที่มีกรดเกินในลำไส้และกระเพาะอาหาร และผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ตัวยาใดบรรเทาอาการเกี่ยวกับระบบปัสสาวะ

ใช้ตัวยาอย่างรากหญ้าคาและไหมข้าวโพด เป็นต้น ในการป้องกันและทำให้อาการโรคเกี่ยวกับการขับปัสสาวะในช่วงวัยทองดีขึ้น

รากหญ้าคา

     ลักษณะ มีฤทธิ์เย็น ไม่มีพิษ รสหวาน

สรรพคุณ บรรเทาการอักเสบแก้ร้อนใน ขับปัสสาวะ ช่วยห้ามเลือด บำรุงร่างกาย และเสริมลมปราณ

รักษาอาการ  ปัสสาวะมีเลือดปน ไตอักเสบชนิดร้ายแรง ร้อนใน กระหายน้ำ ปัสสาวะขัด อาเจียนเป็นเลือด บวมน้ำและท้องมาน

ปริมาณการใช้ ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

การเลือกซื้อ  เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อหา สีขาวสะอาด ไม่มีรากฝอย และมีรสหวาน

กินแล้วดี  ผู้ที่ปัสสาวะขัด ไตอักเสบ ปัสสาวะมีเลือดปน และมีอาการบวมน้ำ

ไม่ควรกิน ผู้ที่กลัวความหนาวและมื้อเท้าเย็น

ไหมข้าวโพด

     ลักษณะ  มีฤทธิ์เย็น รสหวาน ไหมข้าวโพดหรือยอดเกสรตัวเมียของข้าวโพดนี้ไม่ใช่ซังข้าวโพด (ฝักข้าวโพดที่แกะเมล็ดออกแล้ว)

สรรพคุณ แก้อาการปัสสาวะขัด ลดความดันโลหิต แก้ร้อนใน บำรุงลำไส้ น้ำดี และไต

รักษาอาการ  ไตอักเสบ บวมน้ำ โรคดีซ่าน ถุงน้ำดีอักเสบ นิ่วในน้ำดี โรคความดันโลหิตสูงและโรคหวัด

ปริมาณการใช้ ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

การเลือกซื้อ  เวลาแกะใบข้าวโพดออก ไม่ต้องดึงไหมข้าวโพดทิ้ง สามารถนำไปต้มน้ำดื่มได้

กินแล้วดี  ผู้ป่วยโรคไตอักเสบ บวมน้ำ โรคเหน็บชา ตับอักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและผู้ป่วยโรคถุงน้ำดีอักเสบ

ไม่ควรกิน ผู้ที่กลัวความหนาและมือเท้าเย็น

 

ตัวยาใดป้องกันโรคมะเร็ง

โรคมะเร็งที่พบเห็นบ่อยในผู้หญิงวัยทอง ป้องกันได้โดยใช้ตัวยาอย่างเห็ดหลินจือ โสมซานชี เก๋ากี้ สมุนไพรเทียนเหมิงตง หญ้าแม่ และต้นดอกแดง เป็นต้น

เห็ดหลินจือ

     ลักษณะ มีฤทธิ์เป็นกลาง รสหวานอมขม

สรรพคุณ  บำรุงกำลัง เป็นยาอยุวัฒนะ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค เห็ดหลินจือแดงมีสรรพคุณทางยามากที่สุด

ปริมาณการใช้ ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

การเลือกซื้อและเก็บรักษา  มีในรูปแบบของสด แห้ง ผงบรรจุแคปซูล สารสกัด หรือในรูปของทิงเจอร์ เลือกซื้อจากบริษัทที่เชื่อถือได้ มีเครื่องหมายการค้าชัดเจน ควรเก็บไว้ในที่เย็นและแห้ง

กินแล้วดี  ผู้ที่เหนื่อยง่าย ภูมิคุ้มกันลดลง เป็นหวัดบ่อย ผู้ที่ผ่าตัด ผู้ป่วยเนื้องอก ผู้ป่วยโรคตับอักเสบ

ไม่ควรกิน  หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลือดที่ต้องกินยาสลายลิ่มเลือด

โสมซานชี

     ลักษณะ  มีฤทธิ์ร้อน ไม่มีพิษ รสหวานอมขมเล็กน้อย

สรรพคุณ  บำรุงตับ กระเพาะอาหาร และลำไส้ใหญ่ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ยับยั้งการเกิดเนื้องอกและก้อนเนื้อที่ผิดปกติ ปรับสมดุลการเผาผลาญขององค์ประกอบเนื้อเยื่อในร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เป็นต้น

ปริมาณการใช้ ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

กินแล้วดี  ผู้ที่อุจจาระเลือดปน ภูมิคุ้มกันโรคลดลง ผู้เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ และผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ

ไม่ควรกิน หญิงตั้งครรภ์

เก๋ากี้

     ลักษณะ มีฤทธิ์เป็นกลางไม่มีพิษ รสหวาน

สรรพคุณ บำรุงกำลัง บำรุงตับ ไต และปอด เสริมความแข็งแรงให้เอ็นและกระดูก บำรุงเลือด บำรุงสายตา แก้กระหาย

รักษาอาการ  ร่างกายอ่อนแอ ซูบผอม เหนื่อยง่าย เลือดหล่อเลี้ยงร่างกายไม่เพียงพอ ปวดเอวและหัวเข่า วิงเวียนศีรษะ ตาลาย น้ำตาไหลมาก

ปริมาณการใช้ ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

กินแล้วดี ผู้ที่มีอาการซึมเศร้า ร่างกายอ่อนแอ ปวดเอวและหัวเข่า วิงเวียนศีรษะ ตาลาย

ไม่ควนกิน  ผู้ที่ปวดศีรษะเนื่องจากโดนลมหนาว ลมร้อน ผู้ที่ร่างกายร้อนผ่าว รวมทั้งผู้ที่กระเพาะอาหารอ่อนแอ เหงื่อออกมากผิดปกติและท้องเสีย

หญ้าแม่

     ลักษณะ มีฤทธิ์ค่อนข้างเย็น ไม่มีพิษ รสเผ็ดและขม

สรรพคุณ  เพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของเลือด สลายเลือดคั่ง ปรับประจำเดือนให้มาสม่ำเสมอ ขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน ระงับการปวดและทำให้มดลูกหดตัว

รักษาอาการ ประจำเดือนมาไม่ปกติ ปวดประจำเดือนมาก สลบเพราะเสียเลือดมากหลังคลอด ไตอักเสบ บวมน้ำและปัสสาวะขัด

ปริมาณการใช้ ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

กินแล้วดี ผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับมดลูก ประจำเดือนมาไม่ปกติ ไตอักเสบ

ไม่ควรกิน ผู้ที่ร่างกายอ่อนแอเนื่องจากเสียเลือดมากและหญิงตั้งครรภ์

ต้นดอกแดง

     ลักษณะ มีฤทธิ์ร้อน ไม่มีพิษ รสเผ็ด

สรรพคุณ เพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้ประจำเดือนมาปกติ สลายเลือดคั่ง ลดอาการบวม ระงับปวด ขับเหงื่อแก้ร้อนใน

รักษาอาการ  ปวดท้องประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ คลอดยาก น้ำคาวปลาไหลไม่หยุดหลังคลอดบุตร บาดเจ็บและปวดจากอาการเลือดคั่ง

ปริมาณการใช้ ตัวยา 10-20 กรัมต่อวัน และยาจีนแผนปัจจุบัน 0.5-2 กรัมต่อวัน พิจารณาปริมาณการใช้ยาตามอาการป่วยและสภาพร่างกาย

กินแล้วดี ผู้ที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ ปวดท้องประจำเดือน คลอดยาก และผู้ที่มีเลือดคั่งเป็นเวลานาน

ไม่ควรกิน  ผู้ที่ร่างกายอ่อนแอจาการเสียเลือดมากและหญิงตั้งครรภ์  

อาหารบำรุงสุขภาพวัยทองมีอะไรบ้าง

อาหารบำรุงสุขภาพสามารถบำรุงและทำให้ร่างกายอบอุ่น วิธีทำก็ง่าย อีกทั้งยังมีรสชาติอร่อย จึงเหมาะมากที่วัยทองจะต้องดูแลตัวเองให้ดี

น้ำแกงใส่ชะเอม ข้าวสาลี เม็ดบัว และพุทราจีน

     ส่วนผสม  ชะเอม 10 กรัม ข้าวสาลี 15 กรัม สมุนไพรม่ายตง (รากหญ้าแพรกหิน) 12 กรัม เม็ดบัวสด 15 กรัม พุทราจีน 5 ผล และน้ำเปล่า 500 ซีซี

วิธีทำ นำชะเอม ข้าวสาลี และสมุนไพรม่ายตงใส่ลงในถุงผ้าฝ้าย เทน้ำลงไปในถุงผ้าแล้วต้มในน้ำ 300 ซีซี จากนั้นนำเม็ดบัวและพุทราจีนมาต้มในน้ำนี้จนสุก

สรรพคุณ ทำให้จิตใจสงบ บำรุงหยิน

กินแล้วดี  ผู้ที่มีอาการกระสับกระส่าย ตื่นตระหนก

รู้ไว้ได้ประโยชน์ สามารถเติมน้ำตาลกรวดหรือน้ำผึ้งเพื่อเพิ่มความอร่อยได้

โจ๊กใส่เมล็ดต้นเจี้ยน

     ส่วนผสม  เมล็ดของต้นเจี้ยน 20 กรัม เม้ดบัว 20 กรัม วอลนัต 20 กรัม ข้าวสาร 100 กรัม และน้ำเปล่า 500 ซีซี

วิธีทำ  นำส่วนผสมทั้งหมดมาต้มในน้ำให้เป็นโจ๊ก แล้วกิน

สรรพคุณ  เมล็ดของต้นเจี้ยวช่วยบำรุงม้ามและกระเพาะอาหารเหมาะสำหรับผู้ที่ปัสสาวะบ่อยและระงับอาการท้องเสีย ส่วนวอลนัต หากกินเป็นประจำจะช่วยให้เจริญอาหาร ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ผิวเนียน

กินแล้วดี ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้และกระเพาะอาหาร

รู้ไว้ได้ประโยชน์  หากร่างกายอ่อนเพลียเนื่องจากระบบย่อยอาหารไม่ดี เติมน้ำผึ้งหรือน้ำตาลกรวดลงในขณะต้มโจ๊ก จะช่วยให้มีเรี่ยวแรงขึ้น

น้ำแกงใส่ผลหม่อนและมันเทศจีน

     ส่วนผสม  ผลหม่อน 15 กรัม เก๋ากี้ 15 กรัม  พุทราจีน 15 กรัม  มันเทศจีนสด 600 กรัม  และเต้าหู้ 1 ก้อน

วิธีทำ  ปอกเปลือกมันเทศจีนแล้วหั่นเป็นชิ้นๆ นำมาต้มรวมกับผลหม่อนและพุทราจีน  พอเดือดให้ปรับเป็นไฟอ่อนต้มต่ออีก 20 นาที จากนั้นใส่เก๋ากี้และเต้าหู้ลงไปต้มจนสุก

สรรพคุณ  ผลหม่อนช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ นอนไม่หลับและหูอื้อ เก๋ากี้มีสรรพคุณบำรุงตับและไต บำรุงเลือดลมและชะลอความแก่ ส่วนมันเทศจีนจะช่วยบรรเทาอาการวัยทองและประจำเดือนมาไม่ปกติ

กินแล้วดี  ผู้ที่ระบบย่อยอาหารไม่ดี ไตพร่อง วิงเวียนศีรษะ หูอื้อ ใจร้อน และปวดเมื่อยเอวและขา

รู้ไว้ได้ประโยชน์  เวลาต้มมันเทศไม่ควรใช้หม้อที่ทำจากเหล็กหรืออลูมิเนียม เพื่อหลีกเลี่ยงการดูดซึมเหล็กและโลหะอันจะส่งผลต่อรสชาติและอาหาร

ซุปข้นใส่เห็ดหูหนูขาวและดอกลิลลี่

     ส่วนผสม เห็ดหูหนูขาว 60 กรัม  ดอกลิลลี่แห้ง 15 กรัม (ถ้าเป็นดอกลิลลี่สด 30 กรัม) ผงสาหร่ายทะเล 1 ถุงเล็ก และน้ำเปล่า 300 ซีซี

วิธีทำ ต้มเห็ดหูหนูขาวและดอกลิลลี่จนเปื่อย แล้วใส่ผงสาหร่ายทะเลลงไปคนให้เข้ากัน จากนั้นนำไปปั่นในเครื่องปั่นน้ำผงไม้ให้มีลักษณะข้นเหนียว เทใส่ภาชนะแล้วแช่เย็น

สรรพคุณ เห็ดหูหนูขาวมีสรรพคุณบำรุงปอด ระงัยอาการไอ กระตุ้นของเหลวในร่างกาย บำรุงหยิน บำรุงเลือดลม บำรุงสมอง หัวใจและไต ส่วนดอกลิลลี่ก็มีสรรพคุณบำรุงปอด บำรุงร่างกาย และทำให้จิตใจสงบ

กินแล้วดี ผู้ที่รู้สึกร้อน คอแห้ง กระหายน้ำ สภาพจิตใจผิดปกติ กังวล ตื่นตระหนก ใจลอย และนอนไม่หลับ

รู้ไว้ได้ประโยชน์ ผู้ที่ลำไส้และกระเพาะอาหารไม่ดี และท้องเสียง่ายไม่ควรกิน

น้ำแกงไก่ดำใส่โสมดำและรากตี้หวง

     ส่วนผสม  โสมดำ 15 กรัม รากตี้หวง 5 กรัม สมุนไพรตู้จ้ง 5 กรัม ไก่ดำ 1 ตัว และเกลือเล้กน้อย

วิธีทำ ล้างไก่ดำให้สะอาด แล้วนำโสมดำและรากตี้หวงยัดลงไปในท้องไก่ นำไปต้มจนเดือด แล้วปรับเป็นไฟอ่อน ต้มต่อ เติมเกลือเพิ่มรสชาติ

สรรพคุณ บำรุงหยิน เลือด ตับ และไต

กินแล้วดี ผู้ที่มีอาการไตพร่อง วิงเวียนศีรษะ ตาลาย ร่างกายอ่อนแอ ซูบผอม

รู้ไว้ได้ประโยชน์  ผู้ที่ลำไส้และกระเพาะอาหารไม่ดี ท้องเสียง่าย ไม่ควรกิน

 

น้ำแกงใส่ดอกเก๊กฮวยและดอกลิลลี่

     ส่วยผสม  ดอกเก๊กฮวย 10 กรัม เก๋ากี้ 10 กรัม ดอกลิลี่แห้ง 50 กรัม (ถ้าเป็นดอกลิลลี่สดจะต้องเพิ่มอีก 1 เท่า)

วิธีทำ นำดอกเก๊กฮวยไปล้างแล้วทุบ ส่วนดอกลิลี่แห้งให้นำไปแช่น้ำจนพอง แล้วนำไปต้มกับเก๋ากี้ ต้มดอกลิลี่แห้งจนเปื่อยนิ่ม จึงกินได้

สรรพคุณ ทำจิตใจให้สงบ

กินแล้วดี ผู้ที่มีอาการตื่นเต้น กระสับกระส่ายและว้าวุ่นใจ

รู้ไว้ได้ประโยชน์ เติมน้ำตาลกรวดเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติได้

ชาบำรุงสุขภาพที่เหมาะกับวัยทองมีอะไรบ้าง

ถ้าไม่มีเวลาทำอาหารบำรุงสุขภาพ ก็ลองชงชาสมุนไพรบำรุงสุขภาพสักถ้วย ซึ่งจะช่วยให้สุภาพของคุณแข็งแรงได้ทุกที่ทุกเวลา

น้ำชาสมุนไพรเหอโซ่วอูและหนิวซี

     ส่วนผสม  สมุนไพรเหอโซ่วอู (fleeceflower root) 10 กรัม สมุนไพรหนิวซี (radix achyranthis bidentatae) 12 กรัม น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา และน้ำเปล่า 500 ซีซี

วิธีทำ นำสมุนไพรเหอโซ่วอูและสมุนไพรหนิวซีใส่แก้ว เติมน้ำเดือด ใส่น้ำผึ้งลงไปคนให้เข้ากันปิดฝาทิ้งไว้ 30 นาที แล้วนำมาดื่ม

สรรพคุณ บำรุงตับและไต เสริมความแข็งแรงให้เอ็นและกระดูก

กินแล้วดี ผู้ที่ปวดเอว ขาไม่มีเรี่ยวแรงเนื่องจากกระดูกเปราะบาง

รู้ไว้ได้ประโยชน์ ผู้ที่ท้องเสียไม่ควรกิน

น้ำสมุนไพรเซียนหลิงผี

     ส่วนผสม  สมุนไพรเซียนหลิงผี 10 กรัม หญ้าแม่ 10 กรัม สมุนไพรอวี้จู๋ (polygonatum) 10 กรัม สมุนไพรกุ้ยซิน 10 กรัม สมุนไพรซู่ (Chinese atractylodes) 10 กรัม และน้ำเปล่า 500 ซีซี

วิธีทำ นำสมุนไพรทั้งหมดใส่ลงไปในแก้ว แล้วชงด้วยน้ำเดือด ปิดฝาทิ้งไว้ 30 นาที แล้วนำมาดื่ม

สรรพคุณ บำรุงหยาง เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือดขับลมและขจัดความชื้น บรรเทาอาการปวดเมื่อยข้อต่อบริเวณมือเท้าและอาการปวดตัว รวมทั้งการยืดงอข้อต่อที่ไม่สะดวก

กินแล้วดี ผู้ที่ปวดเอว ขาไม่มีเรี่ยวแรงเนื่องจากกระดูกเปราะบาง

รู้ไว้ได้ประโยชน์

  1. กินวันละหนึ่งชุด
  2. น้ำชาสมุนไพรนี้ต้องแบ่งดื่มหลายครั้งต่อ 1 วันจนหมด
  3. สามารถเติมเหล้าได้เล็กน้อย (เช่น เหล้าเกาเหลียง ประมาณ 5 ซีซี ) เพราะช่วยเสริมประสิทธิภาพของตัวยา

น้ำชาสมุนไพรตี้กู่ผี

     ส่วนผสม  สมุนไพรตี้กู่ผี (Chinese wolfberry root-bark ) 10 กรัม และน้ำเปล่า

วิธีทำ ใส่สมุนไพรตี้กู่ผีลงไปในหม้อ เติมน้ำเย็นลงไปต้มจนเดือดแล้วนำมาดื่ม

สรรพคุณ แก้ร้อนใน บำรุงหยินในเลือด ลดไข้ ลดน้ำตาลในเลือดและลดความดันโลหิต

กินแล้วดี ผู้ที่มีอาการร้อนวูบวาบตามตัว เป็นไข้ รวมทั้งผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ

รู้ไว้ได้ประโยชน์

  1. กินวันละหนึ่งชุดโดยสามารถแบ่งดื่มได้
  2. ไม่ควรใช้ภาชนะเหล็กในการต้ม
  3. ผู้ที่กระเพาะอาหารอ่อนแอ กินอาหารได้น้อย และผู้ที่ท้องเสียห้ามกิน

น้ำชาบำรุงเลือด

     ส่วนผสม  สาหร่ายทะเลแห้งไม่ปรุงรส (จีฉ่าย) 20 กรัม ตังกุย 10 กรัม

วิธีทำ  ทุบสาหร่ายทะเลแห้งและตังกุยให้ละเอียด ใส่ลงไปในกระติกน้ำดื่มรักษาความร้อน เทน้ำเดือดลงไป แช่ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วนำมาดื่ม

สรรพคุณ ทำให้กระเพาะอาหารอบอุ่น ขับปัสสาวะ บำรุงเลือด ส่าหร่ายทะเลมีส่วนทำให้มดลูกหรือลำไส้หดตัวได้

กินแล้วดี  ผู้ที่มีอาการวัยทอง

รู้ไว้ได้ประโยชน์

  1. กินวันละหนึ่งชุด
  2. ห้ามสูบบุหรี่และกินอาหารที่มีฤทธิ์กระตุ้น เช่น พริก พริกไทย กานพลู ยี่หร่า ผงมัสตาร์ด ต้นหอม กระเทียม เป็นต้น
  3. ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีกาแฟอีน เช่น โกโก้ กาแฟ น้ำชา เป็นต้น
  4. ห้ามกินอาหารเลี่ยน มีน้ำมันมาก และรวมอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูงอย่างไข่แดง หัวกุ้ง หอย สมองหมู เป้นต้น

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับวัยทอง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (food supplement) หมายถึง สิ่งที่กินเพื่อเสริมอาหารหลักที่เรากินกันตามปกติเป็นการนำสารสกัดจากพืชสัตว์น้ำ สัตว์ทะเล ฯลฯ ยังรวมไปถึงสารเคมีสังเคราะห์กลุ่มแร่ธาตุวิตามินสกัดเข้มข้นที่คล้ายยาเม็ด แคปซูล หรือของเหลว ซึ่งรวมเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทยา ไม่จัดเป็นอาหาร ใช่ว่าวัยทองทุกคนต้องบำรุงร่างกายด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มารู้จักและเลือกใช้ให้เหมาะสมกันดีกว่า

เรามีภูมิคุ้มกันกลุ่มอาหารวัยทองมากน้อยแค่ไหน

 ประจำเดือนเป็นเพื่อนซี้ของผู้หญิงทุกคน แต่พออายุ 45 ถึง 55 ปี เพื่อนก็ค่อยๆ หายไปช่วงเวลานี้เองที่ผู้หญิงพบเจอความแปรปรวนทั้งทางร่างกายและจิตใจมากมาย เช่น อาการร้อนวูบวาบ เหงื่อไหลมากขณะหลับ ปวดศีรษะ ปัสสาวะบ่อย โกรธง่าย กลัดกลุ้ม นอนไม่หลับ ฯลฯ ซึ่งจะมีระดับอาการแตกต่างกันไป ผู้หญิงจะข้ามผ่านความเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไรกัน คนรักสุขภาพเช่นคุณลองเช็กตัวเองเถิด

ตรวจวัดภูมิคุ้มกันในตัวเราเมื่อเข้าวัยทอง

     เมื่อเข้าช่วงวัยทอง คุณจะต้องอยากรู้แน่นอนว่า คุณนั้นเสี่ยงต่อกลุ่มอาการวัยทองหรือไม่ อย่าช้า รีบเช็กดูจากข้อมูลที่ให้นี้ ข้อไหนใช่คุณก็ให้ทำเครื่องหมายไว้ ยิ่งมากข้อ แสดงว่าคุณมีภูมิคุ้มกันที่ยิ่งแข็งแรง

  • ฉันดื่มนมหนึ่งแก้วทุกวัน (240 ซีซี)
  • ฉันกินผักสดหนึ่งชามครึ่งทุกวัน
  • ฉันเตรียมผลไม้ขนาดเท่ากำปั้นสองลูกเอาไว้ให้ตัวเองทุกวัน
  • ฉันเปลี่ยนจาการกินข้าวสวยเป็นข้าวกล้องหรือข้าวธัญพืช
  • ฉันดื่มกาแฟหรือชาแก่ไม่เกินหนึ่งแก้วในแต่ละวัน
  • ฉันกินผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วเหลืองแทนเนื้อสัตว์และปลาเป็นประจำ
  • ฉันกินอาหารเช้าเป็นประจำทุกวัน

วัยทองต้องการสารอาหารอะไรมากที่สุด

การสะสมภูมิคุ้มกันเพื่อเตรียมตัวเข้าช่วงวัยทอง คุณจำเป็นต้องการสารอาหารอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบีทั้งหลาย แคลเซียม แมกนีเซียม ฮอล์โมนเอสโทรเจนจากพืชผัก วิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินเอ

ผลการวิจัยมากมายยืนยันว่า ผู้หญิงที่อยู่ในสภาวะมีสารอาหารสมดุลและหลากหลาย จะไม่ค่อยเกิดกลุ่มอาหารวัยทองที่รุนแรงนัก นักโภชนากรแนะนำว่า เพื่อที่จะสะสมภูมิคุ้มกันไว้รับมือกับกลุ่มอาหารวัยทอง ควรหัความสำคัญกับการเสริมอาหารต่างๆ ดังนี้

  1. กลุ่มวิตามินบี

กลุ่มวิตามินบีทั้งหลาย (บี 1 บี 2 บี 6 ไนอาซิน กรดแพนโตเทนิก ไบโอติน โฟลา-ซิน และบี 12 ) สามารถช่วยลดการเหนื่อล้า ไม่สบายตัว ถ้าขาดสารอาหารชนิดใดชนิ-อหนึ่งในกลุ่มวิตามินบีก็เหมือนกับเครื่องยนต์ที่ขาดหัวเทียนเครื่องยนต์ ซึ่งจะอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบประสาทได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินบี 1 วิตามินบี 6 กรดนิโคตินิกและกรดแพนโตเทนิก ฯลฯ

  • กลุ่มมีวิตามินบีได้มาจากไหน

ตับ ธัญพืช หน่อที่กำลังแตกหน่อของข้าวสาลี ส่าเหล้า ถั่วต่างๆ นมวัว และเนื้อสัตว์

  1. แคลเซียม แมกนีเซียม

 เมื่อร่างกายขาดแคลเซียม แมกนีเซียม จะรู้สึกอ่อนแอ เหนื่อยล้า แคลเซียมนอกจากจะให้กระดูกแข็งแรงแล้ว ยังช่วยผ่อนคลายประสาททำงานตามปกติ แล้วยังเกี่ยวข้องกับการรักษาอัตราการเต้นของหัวใจให้เป็นไปตามปกติอีกด้วย

  • แคลเซียมได้มาจากไหน

      จากสัตว์: นมวัว เนย ปลาเล็กปลาน้อยตากแห้ง หอยนางรม กุ้งแห้ง หอยกาบ และกุ้ง

จากพืช: งา  ผลไม้เปลือกแข็ง เต้าหู้ สาหร่ายทะเล

จากผัก: เช่น บร็อกโคลี คะน้า

จากผลิตภัณฑ์อาหารที่ทำจากถั่ว: เช่น น้ำเต้าหู้ เต้าหู้

ต้องระวัง

      ภายใต้สภาพที่เป็นกรด แคลเซียมจะดูดซึมได้ค่อนข้างง่าย ถ้าคุณใช้วิธีกินยาเสริมแคลเซียม ก็ขอแนะนำให้กินควบคู่กับผลไม้ นอกจากนี้การออกกำลังกายและการถูกแดดอย่างพอเหมาะ ยังช่วยป้องกันหรือบรรเทาอาการกระดูดพรุนด้วย

  • แมกนีเซียมได้มาจากไหน

ธัญพืช ผลไม้เปลือกแข็ง ข้าวโพด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วเหลือง ถั่วลันตา ฟักทอง รำข้าวสาลี มะเขือ และผักสดสีเข้ม ฯลฯ

  1. ฮอร์โมนเอสโทรเจนจากพืช

      ฮอร์โมนเอสโทรเจนจากพืช (phytoestrogen) ก็คือฮอร์โมนชนิดพืช ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 6 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ สารฟลาโวน ฟลาวาโนน ฟลาโวนอล ซัลโคน ลิกแนน และไอโซฟลาโวน โดยที่ลิกแนน ฟลาโวนและไอโซฟลาโวน เป็นส่วนประกอบหลักที่พบเห็นบ่อยที่สุด ฮอร์โมนเอสโทรเจนจากพืชผักนี้ได้รับการกล่าวว่าเป็นฮอร์โมนที่มีส่วนช่วยบรรเทาอาการวัยทองได้

  • ฮอร์โมนเอสโทรเจนจากพืชได้มาจากไหน

สารลิกแนนและฟลาโวนอยู่ในธัญพืช ผัก และผลไม้ด้วย ส่วนไอโซฟลาโวนอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่ว และถั่วต่างๆ โดยเฉพาะถั่วเหลือง

  1. วิตามินเอ ซี และอี

วิตามินเอ ซี และอี มีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ จึงได้รับชื่อว่าเป็นสารอาหารที่ชะลอความชราได้

  • วิตามินเอได้มาจากไหน

น้ำมันตับปลา ตับ ไข่ ผัดสดที่มีสีเขียวเข้มและสีเหลืงเข้ม ผลไม้ เช่น แครอต ผักโขม มะเขือเทศ มะละกอ มะม่วง ฟักทอง เป็นต้น

  • วิตามินซีได้มาจากไหน

ผัก ผลไม้ทุกชนิด

  • วิตามินอีได้มาจากไหน

น้ำมันพืช ผักสดที่มีสีเขียวเข้ม ตับ ธัญพืช เนื้อสัตว์ ถั่วต่างๆ ไข่ นม วัว และผลไม้ที่มีวิตามินอีสูง เช่น มะม่วงเขียวสเสวยทั้งดิบและสุก  มะขามเทศ แก้วมังกรเนื้อสีชมพู ขนุนหนัง สตรอเบอรี่ กล้วยไข่

ต้องระวัง

      วิตามินเอและวิตามินอีละลายได้ในไขมัน จึงสะสมในร่างกายได้ง่ายแต่ถ้าใช้ยาเสริมวิตามินเป็นจำนวนมากเกินไปเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดพิษตกค้างและสะลม ดังนั้นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำปริมาณการใช้บนห่อบรรจุผลิตภัณฑ์

ต้องกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงร่างกายหรือไม่

ก่อนกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จะต้องทำความเข้าใจเรื่องลักษณะร่างกายและความต้องการของแต่ละบุคคล เลือกเหล่งผลิต และตัวแทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้ ดูสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ จากนั้นดูผลหลังจาการกินถึงจะเป็นวิธีที่ฉลาดที่สุด!

เมื่อสองพันธ์ปีก่อน การใช้ฮอร์โมนทดแทนเคยเรียกว่าเป็นยาวิเศษที่บรรเทากลุ่มอาการวัยทองได้เป็นอย่างดี แต่ในระยะหลังนี้การวิจัยของประเทศแถบตะวันตกของยุโรปอเมริกาพบว่า การใช้ฮอร์โมนทดแทนเป็นระยะเวลานานจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ รวมทั้งมะเร็งเต้านม ทำให้ผู้หญิงวัยทองกลัวไปต่างๆนานา ดังนัน้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกแก่วัยทอง

วัยทองควรใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจริงหรือ

      ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมักจะเขียนบรรยายสรรพคุณจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์สุดมหัศจรรย์ วัยทองควรตัดสินใจเลือกอย่างไรดี เรามาดูหลักการกัน

  1. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน เพื่อเข้าใจถึงสภาพร่างกายและความต้องการของตน

ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ดูก่อนว่า ผลตรวจและวิจัยร่างกายคุณเป็นอย่างไรบ้าง วัยทองบางคนมักจะคิดไปเองว่าตัวเองร้อนวูบวาบเป็นประจำ แต่หลังจากตรวจระเอียดแล้วถึงรู้ว่าเป็นเพราะประสิทธิภาพของต่อมไทรอยด์ดีเกินปกติ ดังนั้นอย่าเอาแต่บำรุงสุขภาพโดยกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นอันขาด ต้องปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญเสียก่อนจึงจะดีที่สุด เมื่อตรวจจนแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้เป็นโรคอยู่ก่อนแล้ว จึงค่อยจัดการอาการช่วงวัยทองขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

  1. เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการรับประกันคุณภาพ

หากเป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบ ต้องลงเครื่องหมายสัญลักษณ์ชัดเจน คำอธิบายชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นส่วนประกอบ วิธีผลิต วิธีกิน วิธีใช้ เรื่องที่ต้องระวัง และระยะเวลาการเก็บ เป็นต้น นอกจากนี้ ราคาผลิตภัณฑ์ก็ควรสมเหตุสมผลไม่ใช่แพงมากแล้วจะมีคุณภาพสินค้าดีเสมอไป

  1. ไม่หลงเชื่อคำโฆษณาอวดอ้างเกินจริง

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางอย่างได้ผลค่อนข้างดีกับบางคน แต่กลับไม่ได้ผลอะไรเลยกับอีกหลายคน และผลจากผู้ใช้หลายคนก็แตกต่างกันมาก ดังนั้น การทำความเข้าใจและใช้วิจารณญาณอย่างเป็นกลางสำคัญกว่าการเชื่อคำโฆษณาประโคมสรรพคุณ

  1. ได้ผลหรือไม่ ต้องยึดตัวเองเป็นตัวบ่งชี้

จะทำความเข้าใจสรรพคุณผลิตภัณฑ์อย่างไม่ลำเอียงได้อย่างไร หรือ สำหรับเรื่องนี้ มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หลังจากกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประมาณครึ่งเดือนถึงสองเดือน ให้ลองดูว่าอาการต่างๆ ในช่วงวัยทองดีขึ้นหรือไม่ จิตใจ กำลังกาย และอารมณ์เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือไม่ ถ้ายังคงมีอาการวัยทองอยู่ แต่จิตใจกำลังกายค่อนข้างดีขึ้นแล้ว ก็แสดงว่าสามารถกินต่อไปได้

 

อย. กำหนดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ถูกต้อง

      ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับ 309) พ.ศ. 2550 เรื่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ฉบับ 2 ) ระบุว่า ฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น

  1. ให้แสดงข้อแนะนำในการบริโภคว่า “ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ” ด้วยสีและขนาดตัวอักษรเห็นได้ชัดเจน ซึ่งเป็นการปรับจากข้อความเดิมให้กระชับ
  2. ให้แสดงข้อความเตือน “ไม่มีผลในการป้องกัน หรือรักษาโรค” ด้วยตัวอักษรหนาทึบเห็นได้ชัดเจน โดยแสดงอยู่ในกรอบ และสีของตัวอักษรตัดกับสีพื้นของกรอบ

Tips

10 เหตุผล ควรซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือไม่

     นี่คือสิ่งที่มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคในไทยให้ข้อมูลเพื่อช่วยผู้บริโภคให้พิจารณาเพิ่มเติม

  1. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่จำเป็น
  2. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารราคาแพง
  3. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคุณประโยชน์ไม่แน่นอน
  4. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีอันตรายคาดไม่ถึง
  5. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโฆษณาเกินจริง มุ้งแต่แสวงหาไร
  6. อาจกลายเป็นหนูทดลองให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดนั้น
  7. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทำให้มีความเชื่อเรื่องผิดๆ เรื่องสุขภาพ
  8. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทำให้เสียโอกาสที่จะได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
  9. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทำลายสิ่งแวดล้อม
  10. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทำลายวัฒนธรรมการกินอาหารอย่างไทย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://healthnet. Md.chula.ac.th./text/forum2/

Foodstuff//index_fs.html และมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค

ใบแป๊ะก๊วยฟื้นฟูความจำให้ดีขึ้นจริงหรือ

ใบแป๊ะก๊วยสามารถบรรเทาอาการของโรคจิตเสื่อมในคนชรา และปรับปรุงความจำเสื่อมในช่วงวัยทองให้ดีขึ้น

หลักการและสรรพคุณ

     เฮงยิ้นเงินหรือแป๊ะก๊วย (ginkgo biloba) เป็นพันธุ์ไม้ยาจีนที่มีมาแต่โบราณ ในตำรายาจีนบันทึกไว้ว่าลูกแป๊ะก๊วยมีสรรพคุณบำรุงปอดให้อบอุ่น มีประโยชน์ต่อลมในร่างกายและระงับอาการไอ ปรุงเป็นยาชง แต่เมื่อเร็วๆนี้ ทางการวิจัยการแพทย์พบว่าสารประกอบอย่างไอโซฟลาโวนและไบฟลาโวน ฯลฯ ที่สกัดได้จากใบแป๊ะก๊วย ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือดของหลอดเลือดดำ จึงบรรเทาโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ รวมทั้งอาการลิ่มเลือดอุดตันในสมองด้วย นอกจากนี้การวิจัยจากสหรัฐอเมริกาพบอีกว่าแป๊ะก๊วยช่วยบรรเทาโรคจิตใจเสื่อมในคนชรา และปรับปรุงอาการความจำเสื่อมในช่วงวัยทองให้ดีขึ้น

การโฆษณาเกี่ยวกับสารสกัดจากใบเป๊ะก๊วยว่าช่วยในการป้องกันหรือรักษาโรคสมองเสื่อม ทำให้มีคำถามว่า ช่วยได้จริงหรือ เพราะว่าหลายคนที่กินก็ไม่อาจบอกได้ว่าความจำดีขึ้นหรือไม่

 

เคล็ดลับการเลือก

      ในไทย “แป๊ะก๊วย” มีการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไว้ 3 แบบ ได้แก่ ขึ้รทะเบียนยาเป็นยาแผนปัจจุบัน ขึ้นทะเบียนเป็นยาโบราณ และขึ้นทะเบียนเป็นอาหารวัยทอง ผู้ใดจะใช้เสริมเป็นยา ควรขอคำแนะนำจากแพทย์

ปริมาณบริโภคที่แนะนำ

      ตามาตรฐานขององค์การอนามัยคือ กินปริมาณน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อวันเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กินเกิน 50 มิลลิกรัมต่อวันเป็นผลิตภัณฑ์ทางยา ดังนั้น ถ้าต้องการกินมากกว่า 50 มิลลิกรัมต่อวัน ก็ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ เภสัชกร หรือนักโภชนากรเพื่อความปลอดภัย

ต้องระวัง

  1. ใบแป๊ะก๊วยสดที่ยังไม่ผ่านกรรมวิธีนั้นไม่ควรกินโดยตรง กินมากๆ จะเป็นพิษได้ง่าย
  2. หากคุณกำลังอยู่ในช่วงกินยาแอสไพรินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ก็ควรหลีกเลี่ยงการกินแป๊ะก๊วยเพื่อไม่ให้เกิดอาการแข็งตัวของเลือดผิดปกติหรืออาการเลือดไหลไม่หยุด เพราะฉะนั้นหญิงตั้งครรภ์ หญิงที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือน และผู้ป่วหลังผ่าตัด ฯลฯ ก็ไม่ควรกินใบแป๊ะก๊วยเช่นกัน

วิธีกิน

      กินหลังอาหาร

 

ถั่วเหลืองมีประโยชน์ต่อวัยทองแค่ไหน

ถั่วเหลืองบรรเทากลุ่มอาการในช่วงวัยทองได้ บรรเทาอาการร้อนวูบวาบตามตัว นอนไม่หลับ และกลัดกลุ้มในช่วงวัยทอง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็มีสารสกัดถั่วเหลืองให้คุณได้เลือกใช้

หลักการและสรรพคุณ

จาการสกัด  โครงสร้างทาเคมีของถั่วเหลืองนั้นคล้ายกับฮอร์โมนเอสโทรเจนในร่างกาย การวิจัยได้กล่าวว่าผู้หญิงตะวันออกจะมีอาการช่วงวัยทองเบากว่าผู้หญิงตะวันตก นั่นก็เป็นเพราะผู้หญิงตะวันออกกินผลิตภัณฑ์อาหารที่ทำจากถั่วต่างๆ มากกว่าชาวตะวันตก สารเอสโทรเจนธรรมชาติถั่วเหลืองสามารถบรรเทากลุ่มอาการวัยทองได้ มีผลในการรักษาอาการร้อนวูบวาบ  นอนไม่หลับ  และกลัดกลุ้มได้เป็นอย่างดี

เคล็ดลับการเลือก

      สารสกัดไอโซฟลาโวน (isoflavone) จากถั่วเหลือง เป็นแหล่งอันอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณสมบัติเป็นฮอร์โมนทดแทน มีทั้งแบบแคปซูลก่อนซื้อควรดูฉลาก บรรจุภัณฑ์ จำนวนมิลลิกรัม ส่วนผสม และวิธีใช้ให้ดี

ปริมาณบริโภคที่แนะนำ

      ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกคือ กินปริมาณน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อวันเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กินเกิน 50 มิลลิกรัมต่อวันเป็นผลิตภัณฑ์ทางยา ดังนั้น ถ้าต้องการกินมากกว่า 50 มิลลิกรัมต่อวัน ก็ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ เภสัชกร หรือนักโภชนากรเพื่อความปลอดภัย

ต้องระวัง

      สารสกัดจากถั่วดหลืองสามารถแก้อาการไม่สบายต่างๆ ในช่วงวัยทองให้ดีขึ้นได้ในขอบเขตจำกัด หากมีอาการขั้นรุนแรง ต้องรับการรักษาจากแพทย์จะดีกว่า

วิธีกิน

      กินก่อนอาหาร ฮอร์โมนเอสโทรเจนจากธรรมชาติ (phytoestrogen) มีฤทธิ์ยาอยู่ในร่างกายได้ประมาณ 6-8 ชั่วโมง ดังนั้นการกินที่ดีที่สุดคือจะต้องกินวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 เม็ด

ไคโตซานช่วยลดน้ำหนักได้หรือไม่

ไคโตซานสามารถกระตุ้นการขับไขมันออกนอกร่างกาย อีกทั้งลดการดูดซับไขมันได้ด้วย ซึ่งส่งผลทำให้ไขมันลดในเลือดได้ แต่ไม่สามารถลดไขมันที่สะสมในร่างกายอยู่แล้ว ดังนั้น ไคโตซานมาสามารถช่วยลดน้ำหนักในคนที่อ้วนอยู่แล้วได้

หลักการและสรรพคุณ

      ไคโตซาน (chitosan) ได้มาจากสารสกัดกระดองปูหรือเปลือกกุ้งกั้งเป็นหลัก ซึ่งบทบาทสำคัญคือรวมตัวกับไขมันจากอาหารที่เรากิน ถ้ากินไคโตซานพร้อมอาหาร มันจะไปเกาะจับตัวกับไขมันและรวมกันเป็นกลุ่ม ย่อยยาก ร่างกายจึงไม่สามารถดูดไขมันไปใช้ได้ ในที่สุดก็จะถูกขับออกมาพร้อมกับอุจาระ ทั้งนี้ความสามารถของไคโตซานจะเกิดขึ้นกับไขมันจากอาหารก่อนการย่อยเท่านั้น ส่งผลให้ลดไขมันในเลือดแต่ไม่ได้ช่วยลดความอ้วนที่มีมาแต่เดิมของผู้บริโภค

เคล็ดลับการเลือก

      สามารถพิจารณาจากข้อมูลเกี่ยวกับการทำปฏิกิริยาอะเซทีเลชัน (acetylation) บนผลิตภัณฑ์ เพราะถ้าสารไคโตซานไม่ได้ผ่านขั้นตอนการสกัดและขั้นตอนการทำปฏิกิริยาอะเซทีเลชัน แต่เพียงแคนำกระดองปูหรือเปลือกกุ้งมาบดเป็นผง ก็จะทำให้ปวดท้องเกิดอาการภูมิแพ้ เป็นต้น

ปริมาณบริโภคที่แนะนำ

      สำหรับผู้ใหญ่ กินวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1,000 มิลลิกรัม กินก่อนอาหารหรือพร้อมกับมืออาหารก็ได้ แต่ตามมาตรฐานองค์กรอนามัยโลกในปัจจุบันนี้คือ ปริมาณกินวันละน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ถ้ากินเกิน 50  มิลลิกรัมต่อวัน ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน

ต้องระวัง

  1. คนอ้วนไม่ควรใช้ไคโตซานในการลดความอ้วน ผู้บริโภคควรควบคุมอาหารให้ถูกต้องจะดีกว่า
  2. ขณะที่ไคโตซานขับไขมันออกไป ก็ได้ขับวิตามินละลายได้ในไขมัน (วิตามินเอ ดี อี และเค) ออกไปด้วย ดังนั้นเวลาใช้ไคโตซานควรเสริมวิตามินชนิดละลายได้ในไขมันและกรดไขมันจำเป็นให้เพิ่มมากขึ้นด้วย
  3. สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ไคโตซาน หญิงตั้งครรภ์ และเด็ก ควรหลีกเลี่ยงการใช้โดยเด็ดขาด

น้ำมันปลาช่วยแก้อาการขี้หลงขี้ลืมจริงหรือ

น้ำมันปลาทะเลลึกสามารถกระตุ้นเซลล์สมอง ทำให้ความสามารถในด้านความจำ ในช่วงวัยทองที่เสื่อมถอยปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ สรรพคุณบำรุงสุขภ่พอย่างลดความดันโลหิตก็ไม่ได้เห็นผลค่อนข้างเด่นชัด

หลักการและสรรพคุณ

      “กินปลามากๆ จะทำให้เฉลียวฉลาด” คำพูดประโยคนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ระยะหลัง บรรดาผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้พวกเรากินอาหารประเภทปลาทะเลให้มากๆ โดยหลักการแล้วเป็นเพราะน้ำมันที่แทรกซึมในเนื้อปลา หัวปลา หนังปลา และหาง มีกรดไขมันโอเมกา 3 (omega 3) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ EPA และ DHA กรดไขมันอิ่มตัวเชิงซ้อนทั้งสองนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญของการสร้างเซลล์สมอง และยังกระต้นเซลล์สมอง ทำให้ความสามารถจำในวัยทองที่เริ่มเสื่อม หรืออาการอัลไซเมอร์ดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ ยังมีสรรพคุณในการลดความดันโลหิตค่อนข้างเด่นชัด

น้ำมันปลามีลักษณะกึ่งน้ำมันพืชและกึ่งไขมันสัตว์ โดยมีลักษณะเป็นไขมันข้น เราพบนำมันปลาอย่างมากในทะเล เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาเฮอร์ริง ปลาแมกเคอเรล ปลาเวมอล และทูน่า มีไขมันกลุ่มโอเมกา 3 สูงถึง 1-4 กรัมต่อเนื้อปลา 100 กรัม สำหรับปลาทะเลไทย กลุ่มโอเมกา 3 ปริมาณสูงจะมีในปลาทู (2-3  กรัมต่อเนื้อปลา 100 กรัม) ปลากะพง ปลาตาเดียว ( 0.5-2 กรัม ต่อเนื้อปลา 100 กรัม)

ก่อนนี้ผู้สูงอายุจะเกิดภาวะสมองเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์ได้ง่ายกว่าคนในวัยอื่นๆ โดยไม่รู้สาเหตุแน่ชัด มีการทดลองโดยการใช้ DHA แก่ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ในโรงพยาบาลคิชิไคกัน ประเทศญี่ปุ่น เช่น ความสามารถในการคำนวณ ในการตัดสินใจ กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับ DHA เป็นเวลา 6 เดือน จะมีขอบข่ายอาการที่ดีขึ้นมากกว่ากลุ่มที่ได้รับ DHA อย่างเห็นได้ชัด การทดลองนี้น่าจะตอบได้ว่า น้ำมันปลาช่วยแก้อาการขี้หลงขี้ลืมได้

เคล็ดลับการเลือก

      น้ำมันปลาสกัดจากปลาทะเลน้ำลึก มีปริมาณโอเมกา 3 ยิ่งมากแสดงว่าระดับความเข้มข้นยิ่งบริสุทธิ์

ปริมารบริโภคที่แนะนำ

      ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก กินปริมาณน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อวันเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กินเกิน 50 มิลลิกรัมต่อวันเป็นผลิตภัณฑ์ทางยา ดังนั้น ถ้าต้องการกินมากกว่า 50 มิลลิกรัมต่อวัน ก็ควรขอคำแนะนำจากแพทย์หรืเภสัชกร หรือนักโภชนากรเพื่อความปลอดภัย

ต้องระวัง

  1. น้ำมันปลาเปลี่ยนคุณสมบัติได้ง่าย ให้เก็บไว้ในที่ที่ไม่ถูกแสงและมีลมถ่ายเท
  2. เมื่อใช้แล้วอาจเกิดอาการเลือดกำเดาไหลไม่หยุดในผู้ที่การแข็งตัวของเลือดไม่ดี หรือโรคโลหิตออกไม่หยุดเป็นเวลานาน (ฮีโมฟีเลีย hemo philia) จึงไม่ควรกิน เพื่อหลีกเลี่ยงการลดประสิทธิภาพการแข็งตัวของเลือด
  3. อาจเป็นสารก่อมะเร็งได้
  4. อาจทำให้เกิดภาวการณ์ขาดวิตามินอีได้
  5. อาจเกิดความเป็นพิษจากการกินวิตามินเอหรือวิตามินดี มากเกินไป
  6. น้ำหนักเพิ่มขึ้น อ้วนขึ้น
  7. ทำให้ระดับของพลาสมาลดลง เป็นการเพิ่มน้ำตาลในเลือด
  8. อาจมีส่รพิษหรือว่าโลหะตกค้าง

วิธีกิน

      กินหลังอาหาร

ประโยชน์ของสารสกัดจากอีฟนิงพริมโรสและองุ่นมีอะไรบ้าง

น้ำมันอีฟนิงพริมโรสสามารถบรรเทาอาการร้อนวูบวาบและปวดศีรษะไมแกรนและสารสกัดจากองุ่นสามารถป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจได้

น้ำมันอีฟนิงพริมโรส

      หลักการและสรรพคุณ

น้ำมันอีฟนิงพริมโรส (evening primrose oil) เป็นน้ำมันที่สกัดได้จากเมล็ดอีฟนิง- พริมโรส ประกอบไปด้วยไขมันที่ทำจากกลุ่มโอเมกา 6 โดยเฉพาะกรดไนโนเลอิก (LA) และกรดแกมมาไลโนเลนิก (GLA) ในปริมาณสูง ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายคนเราผลิตสารที่คล้ายกับฮอร์โมน แล้วจากการปรับสมดุลฮอร์โมน ให้เหมาะสมก็จะช่วยบรรเทาอาการร้อนวูบวาบในช่วงวัยทองและทำให้อาการปวดศีรษะไมแกรนดีขึ้นด้วย

เคล็ดลับการเลือก

      คุณค่าทางสุขภาพที่สำคัญของน้ำมันอีฟนิงพริมโรสมาจากระดับความเข้มข้นของแกมมาไลโนเลนิก หรือ GLA ที่มีมากมาย เพราะฉะนั้นเวลาเลือกซื้อ ควรให้ความสำคัญกับความเข้มข้นของกรดชนิดนี้ในผลิตภัณฑ์เป็นอันดับแรก ปัจจุบันนี้ ซึ่งน้ำมันอีฟนิงพริมโรสที่วางขขายตามท้องตลาดจะมีความเข้มข้นของกรดนี้อยู่ที่ระหว่าง 8-12 เปอร์เซ็นต์ ความเข้มข้นแตกต่างกัน ราคาก็แตกต่างกันตามไป

ปริมาณบริโภคที่แนะนำ

      ปริมาณบริโภคน้ำมันอีฟนิงพริมโรสเพื่อสุขภาพอยู่ที่ 300-500 มิลิกรัมต่อวัน แต่ตามมาตรฐานองค์กรอนามัยโลกคือ กินปริมาณน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อวันเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กินเกิน 50 มิลลิกรัมต่อวันเป็นผลิตภัณฑ์ทางยา ดังนั้นถ้าต้องการกินมากกว่า 50 มิลลิกรัมต่อวัน ก็ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ เภสัชกร หรือนักโภชนาการเพื่อความปลอดภัย

ต้องระวัง

  1. เด็กและหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรกิน
  2. ช่วงมีประจำเดือนไม่ควรกิน
  3. ผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านม หรือผู้หญิงที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมสูง

ห้ามกิน

  1. ผู้ป่วยมีประวัติเป็นโรคลมชักห้ามกิน

วิธีกิน

      กินหลังอาหาร

สารสกัดจากองุ่น

      หลักการและสรรพคุณ

      ในผลองุ่นมีสารสกัด oligomeric proanthocyanidins (OPC) ชนิดหนึ่งที่ต้านอนุมูลอิสระได้เป็นผลดี สามารถชะลอความแก่ชรา ช่วยปรับความยืดหยุ่นของหลอดเลือดในช่วงวัยทองให้ดีขึ้น และป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจได้

เคล็ดลับการเลือก

      เวลาเลือกซื้อ ควรให้ความสำคัญกำปริมาณระดับความเข้มข้นมากน้อยของ OPC เพราะเป็นตัวชี้สำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของสารสกัด

ปริมาณบริโภคที่แนะนำ

      ตามมาตรฐานขององค์กรอนามัยโลกคือ กินปริมาณน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อวันเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กินเกิน 50 มิลลิกรัมต่อวันเป็นผลิตภัณฑ์ทางยา ดังนั้นถ้าต้องการกินมากกว่า 50 มิลลิกรัมต่อวัน ก็ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ เภสัชกร หรือนักโภชนาการเพื่อความปลอดภัย

ต้องระวัง

      หญิงตั้งครรภ์ไม่แนะนำให้กิน

วิธีกิน

      กินก่อนอาหาร

สาหร่ายสไปรูลินา ข้าวยีสต์แดงและแคลเซียมเม็ดกินอย่างไร

สาหร่ายสไปรูลินาเหมือนยาอายุวัฒนะ ข้าวยีสต์แดงลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ ส่วนแคลเซียมเม็ดสามารถบรรเทาอาการโรคกระดูกพรุน

สาหร่ายสไปรูลินา

      หลักการและสรรพคุณ

      สาหร่ายสไปรูลินา (spirulina หรือ arthrospira) คือ สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (blue-green algae) หรือ (cyanobacterium) สกุลหนึ่งเป็นสาหร่ายขนาดเล็กมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายครบื 5 หมู่ มีโปรตีนสู.สุดในบรรดาพืชทุกชนิด มีกรดอมิโนที่ร่างกายต้องการครบทุกชนิด มีส่วนผสมของวิตามินที่ดีเยี่ยม เช่น กลุ่มวิตามินเอ กลุ่มวิตามินบี วิตามินซี อี และเอช เป็นต้น

มีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูง ช่วยลดคอเลสเตอรอล มีเบตาแคโรทีนสูงกว่าที่พบในแครอตถึง 20 เท่า มีธาตุเหล็กสูงกว่าอาหารอื่นๆ ในปริมาณสูง มีคลอโลฟิลล์มาก ทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ เช่น ขับสารพิษ ลดการอักเสบและปรับระดับน้ำตาลในเลือด ย่อยง่าย ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน

ใกล้เคียงกับยาอายุวัฒนะมากที่สุด เพราะช่วยแก้ปัญหาการดูดซึมได้ดี วัยทองและผู้สูงอายุกลับมากระชุ่มกระชวยได้ใหม่ หายปวดเข่า ปวดหลัง และสดชื่นแปล่งปลั่ง

เคล็ดลับการเลือก

      ปัจจุบันนี้ อาหารบำรุงร่างกายสาหร่ายสไปรูลินาที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไปมักจะเป็นในรูปแบบของแคปซูล ผงป่น หรือไม่ก็แบบแท่งเวลาเลือกซื้อ จะต้องดูปริมาณบรรจุที่แท้จริงของสาหร่าย หลีกเลี่ยงไม่ซื้อผลิตภัณฑ์ที่เอาผงแป้งตะกอนเข้าไปเจือปน นอกจานี้ สถาบันตรวจสอบอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาหรือ FDA เคยกล่าวว่า เวลาเลือกซื้อควรให้ความสำคัญกับขั้นตอนกรรมวิธีการผลิต ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีการปะปนของสารโลหะหนักเด็ดขาด

ปริมาณบริโภคที่แนะนำ

      ตามมาตรฐานขององค์กรอนามัยโลกคือ กินปริมาณน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อวันเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กินเกิน 50 มิลลิกรัมต่อวันเป็นผลิตภัณฑ์ทางยา ดังนั้นถ้าต้องการกินมากกว่า 50 มิลลิกรัมต่อวัน ก็ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ เภสัชกร หรือนักโภชนาการเพื่อความปลอดภัย

วิธีกิน

      กินหลังอาหาร

ข้าวยีสต์แดง

      หลักการและสรรพคุณ

      ข้าวยีสต์แดง (red yeast rice) คือข้าวแดงที่ทำจากการมักด้วยเชื้อราโมราแนสคัส (monascus purpureus) ซึ่งใช้กันมามากกว่าพันปีในจีนเพื่อใช้ถนอมอาหาร และใช้เป็นสีผสมอุตสาหกรรมอาหาร เช่น ไวน์แดง เต้าหู้ยี้ มิโซะ สาเก เป็นต้น และยังใช่เป็นยาสมุนไพรจีนโบราณ ที่ช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดในร่างกายให้ดีขึ้น ช่วยบรรเทาการย่อยอาหารที่ไม่ดี และท้องเสีย แต่ในปัจจุบัน ข้าวยีสต์แดงได้มีการพัฒนาห้ใช้ในการลดคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอร์ไรด์ในหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดต่างๆ ของร่างกาย

สารประกอบที่สำคัญในข้าวยีสต์แดงมีอยู่สองชนิดคือ ยายับยั้งการก่อตัวของคอเลสเตอรอล (monacolin k) เป็นเอมไซม์ที่สามารถยับยั้งการก่อตัวของคอเลสเตอรอล ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจในผู้หญิงวัยทอง และลดไขมันในร่างกายได้ด้วย และกรดแกมมาอะมิโนบิวทีริก (y-aminobutyric acid หรือ GABA ) เป็นสารประกอบที่มีฤทธิ์ลดความดันโลหิตได้

เคล็ดลับการเลือก

      ดูว่าในบรรดาส่วนประกอบต่างๆ ในบรรจุภัณฑ์ของข้าวยีสต์แดง มีสาระสำคัญสองชนิดที่กล่าวข้างต้นหรือไม่

ปริมาณบริโภคที่แนะนำ

      ถ้ามี monacolin K 48 มิลลิกรัมต่อข้าวยีสต์แดงหนึ่งเม็ด การกินวันละ 2 เม็ดก็จะมีสรรพคุณช่วยลดคอเลสเตอรอลได้

ต้องระวัง

      ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจเหมาะที่จะใช้ยาควบคุมคอเลสเตอรอลหรือไม่นั้น ควรจะต้องขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสียก่อนส่วนหญิงตั้งครรภ์ หญิงในนมบุตร เด็กทารก และหญิงที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือนไม่แนะนำให้กิน แล้วก็ห้ามกินร่วมกับส้มโอและยาลดความดันโลหิตเป็นอันขาด นอกจากนี้ ผู้หญิงที่ตับไตไม่ดีควรปรึกษากับแพทย์ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจกิน

วิธีกิน

      กินหลังอาหาร

แคลเซียมเม็ด

หลักการและสรรพคุณ

      กระดูกของคนเรานั้นเปรียบเสมือนโกดังเก็บแคลเซียมไว้ แคลเซียมประมาณ 99 เปอร์เซ็นต์กระจายไปอยู่ตามโครงกระดูกและฟัน ถ้าแคลเซียมในกระดูกเหล่านี้ค่อยๆ สูญสลายไป ก็จะทำให้เกิดอาการกระดูกพรุนได้ ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ การกินแคลเซียมเม็ดจะช่วยบรรเทาอาการกระดูกพรุนในคนวัยทองได้ อีกทั้งป้องกันการเกิดกระดูกหักจากอุบัติเหตุของวัยทองอีกด้วย

เคล็ดลับการเลือก

      การดูดซึมของแคลเซียมจะต้องพึ่งพาวิตามินดีด้วย ดังนั้นควรเลือกซื้อแคลเซียมเม็ดที่มีส่วนประกอบของวิตามินดี

ปริมาณผู้บริโภคที่แนะนำ

      วันละ 600-800 มิลลิกรัม

      ต้องระวัง

      เวลากินแคลเซียมเม็ด ควรพยายามหลีกเลี่ยงการกินควบคู่กับอาหารที่มีกรดจากพืช  รวมทั้งน้ำโคล่าและผักโขมด้วย การดูดซึมของแคลเซียมจะต้องพึ่งพาวิตามินดี จึงขอแนะนำให้ตอนรุ่งเช้าหรือตอนเย็นคุณควรรับแสงแดดอ่อนๆ ประมาณ 10 นาที เพื่อเพิ่มวิตามินดีให้กับร่างกาย

วิธีกิน

กินหลังอาหาร

Tips

ถ้าไม่อาจซื้อแคลเซียมเม็ดกินได้ตลอด

อาหารที่มีแคลเซียมแบบไทยๆ  ยังมีอะไรอีกบ้าง

  1. งาดำ รับประทานให้ได้ราว 2 ช้อนโต๊ะต่อวัน จะได้แคลเซียมเกือบเท่ากับแคลเซียมเสริมทั้งเม็ดเช่นกัน
  2. พริก กระถิน ใบยอ กะเพราโหระพา กระเจี๊ยบ ผักกาดเขียว ผักกวางตุ้ง ปวยเล้ง คะน้า ผักเหล่านี้เป็นเหล่งแคลเซียมที่ดี แต่มักถูกมองข้ามเพราะคิดว่าเป็นผัก ให้กินวันละอย่างน้อย 3 ทัพพีร่วมกับอาหารแคลเซียมชนิดอื่น โดยเฉพาะ “พริก” นั้น ถ้ากินพริกป่นวันละ 1-2 ช้อนชาจะได้แคลเซียมถึง 1 ใน 3 ของปริมาณที่ต้องการแคลเซียมต่อวัน
  3. กะปิ กุ้งแห้ง
  4. เต้าหู ให้เลือกชนิดแข็ง เช่น เต้าหู้ขาวแข็ง จะดีกว่าแบบนิ่มเพราะผ่านกระบวนการที่ช่วยเติมแคลเซียมโดยไม่รู้ตัว นั่นคือการใส่ “เจียะกอ” ซึ่งก็คือ “ยิปซัม” หรือแคลเซียมซัลเฟตนั่นเอง จึงทำให้เต้าหู้ชนิดนี้เป็นเหล่งแคลเซียมที่ดีมาก
  5. อย่างไรก็ตาม การกินแคลเซียมอย่างเดียวอาจทำให้ท้องผูกได้ เคล็ดลับ คือ ต้องกินร่วมกับ “แมกนีเซียม” ซึ่งได้จากผักและผลไม้ จะเห็นว่าเดียวนี้แคลเซียมเม็ดมักเติมแมกนีเซียมไปด้วย

(ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์)

รู้สึกเรื่องเพศในวัยทอง

ผู้หญิงวัยทองส่วนมากยังมีเรื่องกลุ้มหนักอกที่ปกปิดไม่บอกใคร นั่นคือ

  1. ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์
  2. ปัญหาช่องขับถ่ายปัสสาวะ

การซ่อนคำถามคาใจไว้เนิ่นนานจะยิ่งทำให้ปัญหารุนแรงมากขึ้นหากต้องการให้ชีวิตช่วงวัยทองราบรื่นเปี่ยมสุข เราต้องเปิดใจให้กว้างแล้วหาวิธีแก้ไข!

เพศสัมพันธ์ที่ดีช่วยให้อายุยืนจริงหรือ

พอเข้าช่วงวัยทอง ผู้หญิงหลายๆ คนอาจรู้สึกเมินเฉยเรื่องเซ็กซ์หรือการมีเพศสัมพันธ์ แต่ความจริงแล้ว เรื่องแบบนี้ไม่เพียงช่วยชูรสรักให้ชีวิตคู่เท่านั้น แต่ยังค่อนข้างยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย!

 

ผู้หญิงวัยทองมักละเลยเรื่องเซ็กซ์

จากสถิติในเรื่องเพสสัมพันธ์ ผู้หญิงตั้งแต่อายุ 40-60 ปี มีจำนวน 75 เปอร์เซ็นที่ได้รับความกลุ้มใจจากกลุ่มอาการวัยทองเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นช่องคลอดแห้งเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ ความต้องการทางเพศลดลง เป็นต้น บวกกับความคิดที่มีมาแต่โบราณ ผู้หญิงที่มีอายุมากหลายคนควรจะควบคุมความต้องการทางเพศของตนเองเอาไว้ทำให้ปัญหาเรื่อง “เซ็กซ์”  กลายเป็นความกลัดกลุ้มใจของผู้หญิงวัยทองมากมาย

อันที่จริง หนึ่งส่วนสามของชีวิตทีเดียวที่ผู้หญิงต้องใช้ชีวิตแบบหมดประจำเดือน เพราะฉะนั้นความสุขของเพศรสในช่วงบั้นปลายชีวิตก็ควรให้ความสำคัญเป็นพอเศษไม่แพ้การรักษาสุขภาพให้แข็งแรง

ผู้หญิงวัยทองก็มีความสุขกับเซ็กซ์ได้

      ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ไม่เพียงจะเกิดกับผู้ชายเท่านั้น  หลังจากผู้หญิงเมื่อย่างเข้าวัยทองแล้ว ฮอร์โมนเพศหญิงลดลงและชราเร็วขึ้น ทำให้ดครงสร้างของร่างกายและกายภาพทางเพศเกิดการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งยังเกิดปัญหาเรื่องสมรรถภาพทางเพศด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การที่จะถึงจุดสุดยอดผู้หญิงในช่วงวัยทองนั้นไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ยังคงสามารถมีความสุขกับการมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างเต็มที่

เซ็กซ์ที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ!

      การมีเพสสัมพันธ์ที่เปี่ยมสุข สามารถปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้ดีขึ้น มีส่วนช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง ปรับน้ำคัดหลั่งภายในให้สมดุล บรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรน ลดคอเลสเตอรอลในเลือด และทำให้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขด้วย

นอกจากนี้ การมีเพศสัมพันธ์จะเผาผลาญพลังงานได้โดยเฉลี่ย 6.4 แคลอรีต่อนาที จึงมีส่วนช่วยในการรักษาระดับน้ำหนักตัวให้เป็นปกติด้วย (แต่ถ้าผู้หญิงช่วงวัยทองมีน้ำหนักตัวเกิน ก็จะต้องให้ความสำคัญด้านการกินอาหารและออกกำลังกายด้วย ถึงจะลดน้ำหนักได้ผล)

ต้องรักษาระดับความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์ โดยมีเพศสัมพันธ์ทุกๆ 7-10 วัน นอกจากนี้ อวัยวะเพศชายไม่ควรจะหดตัวเร็วเกินไป เพราะจะมีส่วนช่วยให้รักษาสมรรถภาพทางเพศชายได้นานขึ้น

ปรับปรุงเพศสัมพันธ์ในวัยทองให้ดีขึ้นได้อย่างไร

ถ้าฝ่ายหญิงรู้สึกเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ ความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจของฝ่ายชายถือเป็นสิ่งสำคัญมาก! นอกจากนี้ การใช้ตัวช่วยอย่างสารหล่อลื่นอย่างเหมาะสม รวมถึงการบีบนวดและเล้าโลม ก็จะช่วยให้คู่รักวัยทองสุขสมกับเรื่องเซ็กซ์ได้!

การหมดประจำเดือนของช่วงวัยทองเป็นเรื่องปกติ ทางกายภาพอย่างหนึ่งก็จริงอยู่แต่จะไม่ลดความต้องการและอารมณ์ต่อเรื่องเซ็กซ์ลงไปได้ ดังนั้นผู้หญิงวัยทองจึงไม่ควรควบคุมสะกดความต้องการทางเพศของตัวเอง ในทางตรงกันข้ามการมีความสุขกับเซ็กซ์ตามปกติยังมีส่วนช่วยในเชิงบวกต่อด้านร่างกายและจิตใจของคุณด้วย

เพียงแต่เนื่องจากช่วงวัยทองจะขาดฮอร์โมนเพศหญิง จึงส่งผลให้ผู้หญิงรู้สึกเจ็บได้ง่ายเวลามีเพศสัมพันธ์ เกิดการติดเชื้อเฉพาะส่วน เป็นต้น

จะลดอาการช่องคลอดแห้งและอาการเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ได้อย่างไร

      เมื่อถึงตอนนั้น ความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ และการอยู่เคียงข้างของสามีเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถ้าสามีสามารถเข้าใจและเห็นใจอาการไม่สบายตัวเวลามีเพศสัมพันธ์ของภรรยา อีกทั้งยังยอมอยู่ร่วมกันโดยไร้การมีเพศสัมพันธ์ได้ ถ้าตามนี้ก็ถือว่าเป็นรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ไม่เลวทีเดียว

แต่ถ้าผู้หญิงวัยทองอยากจะมีเพสสัมพันธ์ ก็จะต้องพูดคุยปรึกษากับสามี ควรให้ฝ่ายชายเข้าใจอาการสืบเนื่องจากฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ช่องคลอดแห้ง ขาดน้ำหล่อลื่น เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ ฯลฯ แล้วทั้งคู่ก็ต้องช่วยเหลือกัน ไม่ว่าจะเป็นท่าทางขณะมีเพศสัมพันธ์ การใช้อุปกรณ์ช่วย สร้างบรรยากาศ เป็นต้น

Tips

ใช้ยาช่วยเรื่องเซ็กซ์ได้หรือไม่

     หากมีความต้องการเช่นนี้ ก็สามารถให้แพทย์สั่งจ่ายยาฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgens hormone: ฮอร์โมนที่ประกอบไปด้วย ฮอร์โมนเทสทอสเทอโรน เป็นฮอร์โมนเพศชายแต่ก็มีให้ผู้หญิงด้วย) ตมการแนะนำของแพทย์ได้ การใช้ฮอร์โมนแอนโดรเจนปริมาณเล็กน้อยในช่วงระยะเวลาสั้นๆ หรือแบบเว้นระยะ จะสามารถช่วยในเรื่องความต้องการทางเพศที่ลดลงให้ดีขึ้นได้ แต่ไม่ควรหาซื้อมากินด้วยตนเองเพื่อหลีกเลี่ยงการกินเกินขนาดจนเกิดผลข้างเคียงอย่างอื่น

ระดับความเข้มข้นของสารหล่อลื่นมีทั้งแบบเข้มข้น แบบอ่อนบาง แล้วก็มีแบบละลายได้ในน้ำมันและละลายได้ในน้ำ ซึ่งสามารถเลือกซื้อได้ตามความต้องการของแต่ละคน ถ้าคู่รักจะใช้ถุงยางอนามัยก็ควรเลือกใช้สารหล่อลื่นชนิดละลายได้ในไขมัน เพราะชนิดละลายได้ในน้ำจะทำให้ถุงยางอนามัยฉีกขาดได้ง่าย

บีบนวด สัมผัส และเล้าโลม เร้าอารมณ์เพศ

      เพื่อเพิ่มอารมณ์และความสนใจในการมีเพศสัมพันธ์ ในวัยทอง ทั้งสองฝ่ายสามารถสร้างแรงจูงใจทางเพศต่อกัน โดยการใช้การบีบนวดและเล้าโลม ลูบ สัมผัสบริเวณที่เป็นจุดกระตุ้นอารมณ์ของคู่รัก เพื่อปลุกเร้าความสุขในการมีเพสสัมพันธ์ไปด้วยกัน

เพศสัมพันธ์จะร้อนแรง หรือเนิบช้า ไม่สำคัญเท่าการเล้าโลมจุดสัมผัสซึ่งกันและกันของสามีและภรรยา เพราะเมื่อถึงช่วงวัยทอง ก็มักจะเป็น “ผัวแก่เมียแก่” กันไปแล้ว หรือไม่ก็ไร้ความต้องการทางเพศที่ร้อนแรงตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่การอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันเป็นเวลาหลายปี ก็สามารถอาศัยความสัมผัสใกล้ชิดซึ่งกันและกัน การพูดคุยการร่วมแบ่งปันหัวใจกัน หรือไม่ก็ไปเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ฯลฯ เป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความรักที่มีต่อกันทดแทนฮอร์โมนที่พร่องในวัยนี้ไปได้ และเอาชนะความจริงที่ว่าความต้องการทางเพศได้ลดลงไปตามสังขารแล้ว

การมีความรักให้กันและกัน และรู้จักเอาใจใส่อีกฝ่ายหนึ่ง จึงจะสามารถจูงมือกันใช้ชีวิตในช่วงวัยทองได้อย่างมีความสุข

Tips

ประจำเดือนหมด สัญญาณอันตรายหรือ

แท้จริงแล้วประจำเดือนหมดถือเป็นเรื่องดี นี่คือมุมมองที่ผู้หญิงวัยทองต้องปรับใหม่ ควรคิดว่าจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องการตั้งครรภ์และคุมกำเนิดอีกต่อไป อีกทั้งยังได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขเพราะหมดกังวลกับเรื่องใหญ่ๆ ไปแล้ว

อาหารบำรุงร่างกายที่เหมาะกับวัยทองมีอะไรบ้าง

กุยช่าย ฟักทอง สามารถเพิ่มระดับความเข้มข้นของสังกะสีที่จำเป็นต่อการหลั่งฮอร์โมนเพศ ส่วนวอลนัตมีวิตามินอี คนวัยทองควรกินมากๆ

กุยช่าย

      กุยช่ายมีสารทั้งโปรตีน ไขมัน ฟอสฟอรัส กรดพาราอะมิโนเบนโซอิก (praraminobenzoic)  แคลเซียม แคโรทีน วิตามินบี2 แลซี มีสรรพคุณบำรุงร่างกายให้อบอุ่น บำรุงไต มีประโยชน์ต่อธาตุหยาง ทั้งยังฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ ส่วนไฟเบอร์ที่มีปริมารสูงจะเพิ่มการบีบตัวของลำไส้และกระเพาะอาหาร   รวมทั้งป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ด้วย ถ้าผัดกุยช่ายกับไข่จะช่วยบรรเทาอาการองคชาตไม่แข็งตัว ปัสสาวะบ่อย ไตไม่แข็งแรง โรคริดสีดวงทวาร และโรคกระเพาะอาหาร

 

 

      ต้องระวัง

      ผักกุยช่ายจัดเป็นผักสดที่มีฤทธิ์ร้อน ผู้ที่มีลักษณะร่างกายร้อนผ่าวหรือกระเพาะอาหารอ่อนแอไม่ควรกิน

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

  1. เลือกใบที่เรียวตรง สดใหม่ สีเขียวเข้ม เพราะมีสารอาหารสูงกว่าใบอ่อน กุยช่ายที่มีใบกว้างจะค่อนข้างนิ่มและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ส่วนใบแคบมีกลิ่นแรงกว่า
  2. ควรหลีกเลี่ยงซื้อกุยช่ายที่ไร้รอยจากศัตรูพืชมากเกินไป เพราะอาจจะมียาปราบศัตรูพืชตกค้างมาก และใช้น้ำล้างมากๆ ก่อนนำมาทำอาหารเพื่อล้างสารเคมีที่ตกค้างออกให้หมด
  3. กุยช่ายมีกลิ่นของกรดกำมะถัน หลังจากกินเสร็จแล้ว จะทำให้ตัวมีกลิ่นแรง จึงควรดื่มน้ำชาเขียวเพื่อดับกลิ่น

ฟักทอง

      ฟักทองมีแคโรทีน วิตามินซี อี เค บี 6 กรดโฟลิก ไฟเบอร์ ชนิดละลายไม่ได้ และสังกะสี (Zinc) ที่หากกินเป็นประจำจะช่วยเสริมวงจรชีวิตของเซลล์ในระยะต่างๆ ให้แข็งแรง และยังจำเป็นต่อการหลั่งฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนของผู้ชายและปริมาณอสุจิ รวมทั้งต้านมะเร็ง และเสริมความสามารถในผู้หญิงในการให้กำเนิดลูกได้ ทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับภูมิต้านทานของร่างกายอีกด้วย

ต้องระวัง

      เปลือกฟักทองอุดมไปด้วยไฟเบอร์ เวลานำมาปรุงอาหารจึงไม่ควรปอกเปลือกออก สามารถนำไปนึ่งหรือต้มกินได้เลย

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

  1. ฟักทองช่วงมิถุนายนถึงสิงหาคมมีสารอาหารมากที่สุด จึงควรกินเป็นประจำ
  2. ควรเลือกซื้อฟักทองที่มีเส้นร่องบริเวณเปลือกนอกลึก ลักษณะอวบอิ่มสมบูรณ์ ก้านแข็งแรง เมื่อชั่งแล้วมีน้ำหนัก

วอลนัต

      วอลนัตเป็นอาหารประเถทผลไม้เปลือกแข็งที่ให้แคลอรีแก่ร่างกายอย่างพอเพียง กรดไขมันที่จำป็น โปรตีน คุณภาพดี และไฟเบอร์สูง แล้วก็ยังมีวิตามินอีที่เรียกว่า “tocopherol” ซึ่งมีความสัมพันธ์กับระบบสืบพันธุ์  หากขาดวิตามินอีชนิดนี้เป็นเวลานาน ความสามารถในการสืบพันธุ์จะลดลง ในเวลาปกติจึงควรกินวอลนัตให้มากๆ เพื่อเสริมวิตามินอี

ต้องระวัง

      วอลนัตมีแคลอรีสูง วันหนึ่งกินประมาณ 7-15 กรัมก็เพียงพอแล้ว

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

      เวลาซื้อเมล็ดในของลูกวอลนัต ควรจำเอาไว้ว่าจะต้องดูสีสันของเนื้อวอลนัตด้วย เนื้อวอลนัตที่สดใหม่จะมีสีเหลืองอ่อนหรือสีอำพันอ่อนๆ ถ้าสียิ่งเข้ม แสดงว่าวางทิ้งเอาไว้นานแล้ว ไม่ควรซื้อ

เมนูโอชะ กุยช่ายผัดตับ

 

ส่วนผสม

ตับสดหั่นบางๆ กุยช่ายหั่นเป็นท่อนประมาณ 1 นิ้ว เอาเฉพาะใบไม่เอาโคนเพราะเป็นกากแข็ง น้ำมันกระเทียม

เครื่องปรุง

ผงปรุงรสรสดี

น้ำมันหอย

ซอสปรุงรส

น้ำปลา

น้ำตาล

วิธีทำ

  1. เจียวกระเทียมให้หอม ตักกระเทียมขึ้นแล้วใส่ตับทอดให้พอสุก คนไปคนมาเร็วๆ ตักขึ้นพักไว้
  2. นำกุยช่ายลงไปผัดปรุงรสให้เค็มๆ หวานนิดๆ
  3. ใส่ตับที่พักไว้ลงไปคลุกอีกที ก็จะได้กุยช่ายผัดตับ กินเป็นกับข้าว

มันเทศจีนช่วยให้เซ็กซ์ในวัยทองดีขึ้นจริงหรือ

สำหรับวัยทองที่ขาดความสมดุลในเรื่องเซ็กซ์ มันเทศจีนที่มีโปรตีนชนิดเมือกนั้นมีประโยชน์ช่วยค่อนข้างมาก

น้ำเมือกของมันเทศจีนมีฮอร์โมน

      มันเทศจีน (Chinese yam) ไม่เพียงจะเป็นอาหารได้ แต่ยังปรุงเป็นสมุนไพรได้ด้วย มันเทศจีนมีหัวเรียวยาว เนื้อสีขาว รสหวานเป็นธรรมชาติ มีน้ำตาลสูงแต่ไขมันต่ำ มีคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และไอโอดีน โคลีน (choline) เพกติน ไฟเบอร์ เป็นต้น ช่วยปรับการหมุนเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ป้องกันภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ลดการก่อตัวของไขมันในตับสร้างภูมิคุ้มกัน รวมทั้งยับยั้งการเพิ่มเซลล์เนื้องอก

น้ำเมือกในมันเทศจีนมีฮอร์โมนซึ่งเป็นโปรตีนชนิดเมือก (mucoprotein) ที่สามารถกระตุ้นการก่อตัวของฮอร์โมน บรรเทาอาการช่องคลอดแห้ง และมีส่วนช่วยเรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยทองให้ดีขึ้น หากใช้จริงในการกระตุ้นฮอร์โมน ควรปรึกษาแพทย์แผนจีน

กินมันเทศจีนต้องใส่ใจ

  1. หลังจากซื้อมันเทศจีนมาแล้ว ถ้าไม่ได้กินทันที ให้ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อไว้ แล้ววางไว้ในที่ร่มและเย็น
  2. มันเทศจีนอุดมไปด้วยธาตุเหล็กมากมาย เมื่อหั่นแล้วจึงกลายเป็นสีน้ำตาล แต่ก็ยังคงกินได้เหมือนเดิม
  3. เนื่องจากเมือกในมันเทศจีนมีสารอัลคาลอยด์ในพืช เวลาปลอกเปลือกออกอาจจะรู้สึกคันที่มือ ดังนั้นควรสวมถุงมือหรือใช้น้ำเกลือล้างก่อนเพื่อป้องกันอาการคัน

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

      มันเทศจีนมากมายหลายชนิด ลักษณะรูปทรงกระบอก ทรงกลมเป็นต้น เวลาเลือกซื้อต้องสังเกตลักษณะภายนอกว่าไม่มีรอยเปื่อยเน่าแสดงว่าไม่สด ให้เลือกมันเทศจีนที่ผิวเป็นมันและไม่มีรอยฝอยมากนัก

เคล็ดลักการเก็บรักษา

      เก็บทั้งหัวไว้ในที่อากาศถ่ายเท หากหั่นแล้วแต่ยังไม่ได้ปลอกเปลือก ควรห่อด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นเพื่อรักษาความชื้น แล้วนำไปใส่ตู้เย็นช่องแช่แข็งเพื่อรักษาความสดใหม่ หรือหากปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นแล้ว ควรแบ่งใสุ่ถุงแล้วใส่ในตู้เย็นช่องแช่แข็ง

เคล็ดลับการประกอบอาหาร

      ก่อนนำมาบดกินควรล้างให้สะอาด ต้มให้สุกแล้วปอกเปลือกออกจะช่วยให้มือไม่ชา เมื่อปอกเปลือกแล้วให้แช่น้ำส้มสายชู หรือน้ำเกลือเพื่อไม่ให้เนื้อสีขาวเปลี่ยนสีเป็นคล้ำ การกินสดจะได้สารอาหารมากกว่ากินสุกส่วนการหั่นหรือซอยให้ละเอียดจะช่วยย่อยและดูดซึมสารอาหารได้ดีกว่าหั่นเป็นแว่น

ต้องระวัง

      มันเทศจีนมีฤทธิ์เป็นยาฝาดสมาน ผู้ที่อุจจาระแห้งแข็งจึงไม่ควรกิน

เมนูโอชะ ผัดมันเทศจีนใส่เห็ดหูหนูดำ

ส่วนผสม

มันเทศจีนปอกเปลือก ล้างแล้วหั่นเป็นแว่น เห็ดหูหนูดำแช่น้ำแล้วกระเทียมสับ น้ำปลาหรือเกลือ น้ำตาลทราย น้ำมันมะกอก ผงซุปไก่

วิธีทำ

  1. ลวกมันเทศจีนหั่นเป็นแว่นแล้วสัก 30 วินาที
  2. ใส่น้ำมันมะกอกลงกระทะ ใส่กระเทียมสับ เจียวจนเหลือง
  3. ใส่มันเทศจีน ใช้ไฟอ่อนประมาณ 3 นาที
  4. ใส่เห็ดหูหนูดำที่สะเด็ดน้ำแล้ว เติมเกลือ น้ำตาล ผงซุปไก่เพื่อปรุงรส
  5. ผัดต่อ ชิมรสแล้วปรุงเพิ่มตามชอบ กินเป็นกับข้าว

นมผึ้งมีประโยชน์ต่อเซ็กซ์ในวัยทองหรือไม่

นมผึ้งที่อุดมไปด้วยสารอาหารมีฮอร์โมนมากมายหลายชนิด  ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการขับฮอร์โมน อันจะมีประโยชน์ในการแก้ปัญหาชีวิตเรื่องเซ็กซ์ให้ดีขึ้นได้

นมผึ้งอุดมด้วยสารอาหาร

      นมผึ้ง (royal jelly) เป็นอาหารของนางพญาผึ้งที่มีสารอาหารสูงมากเป็นพิเศษ ทั้งวิตามินหลายชนิด เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินดี วิตามินซี กรดนิโคตินิก กรดโฟลิก กรดแพนโตเทนิก  เบตาแคโรทีน  ไบโอติน แคลเซียม ทองแดง เหล็ก ฟอสฟอรัส และกรดอะมิโน 18 ชนิด (รวมทั้งกรดอะมิโน 8 ชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย)

แล้วเนื่องจากนมผึ้งมีฮอร์โมนหลายชนิด กระตุ้นการขับฮอร์โมนได้ดีจึงเสริมความต้องการทางเพศและแก้ปํญหาชีวิตด้านเพศสัมพันธ์ให้ดีขึ้นได้

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

  1. นมผึ้งมีสีใกล้เคียงกับสีขาว ลักษณะเป็นนม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวปัจจุบันนี้ นมผึ้งที่พบเห็นมากที่สุดตามท้องตลาดที่ทั้งนมแช่เย็น นมผง นมเม็ด และนมผึ้งที่ผสมกับเกสรดอกไม้หรือน้ำผึ้ง เวลาเลือกซื้อ ควรดูจากความต้องการและรสนิยมของแต่ละคน

นมผึ้งแช่เย็นนั้นช่วยกระตุ้นความเผ็ด และมีรสเปรี้ยวด้วย ซึ่งไม่เหมาะที่จะกินได้ทุกคนและพกพาไม่สะดวก นมผึ้งผงหรือนมเม็ด สะดวกอย่างมากในการพกพากิน เหมาะมากกับคนยุคนี้ นมผึ้งที่ผสมกับเกสรดอกไม้หรือน้ำผึ้งรสชาติค่อนข้างดี มีกลิ่นหอมตามแบบธรรมชาติ แต่ไม่ค่อยสะดวกในการพกพาและการเก็บ

  1. เวลาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นมผึ้งควรดูเครื่องหมายสัญลักษณ์รับรองคุณภาพ แหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนสิ่งแปลกปลอมหรือไม่เข้มข้น
  2. ถ้าวางผลิตภัณฑ์นมผึ้งไว้ในบริเวณที่ที่อุณภูมิสูงเกินไปหรือที่ที่มีแสงแดดส่องถึง จะทำลายส่วนประกอบทางกายภาพของนมผึ้ง ทำให้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมเหลืองเข้ม ควรเก็บแช่เย็นและหลีกเลี่ยงแสงแดดไว้เป็นดี

Tips

เรื่องต้องระวังในการกินนมผึ้ง

แม้นมผึ้งมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย แต่สำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ก่อนกินนมผึ้งควรจะต้องทำการตรวจเช็กภูมิแพ้ก่อน เพื่อไม่ให้อาการภูมิแพ้กำเริบขึ้นมา

ควรกินอย่างไรเมื่อทางเดินปัสสาวะมีปัญหา

ผู้หญิงวัยทองที่มีปัญหาปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะรั่ว ช่องคลอดแห้ง ฯลฯ ควรให้ความสำคัญต่อวิธีการดื่มน้ำ และดื่มเครื่องดื่มที่ทำให้ปัสสาวะบ่อยแต่น้อย

ปัญหาท่อขับปัสสาวะที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง

      ปัญหาเดินปัสสาวะที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิงวัยทองมีดังนี้ ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะรั่ว ช่องคลอดแห้ง มีกลิ่นแปลกๆ บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก เกิดอาการคันบริเวณช่องคลอดหรืออวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกปัสสาวะร้อนผ่าว หากเป็นขั้นรุนแรงยังก่อให้เกิดอาการต่างๆ ของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบและท่อปัสสาวะอักเสบ เช่น ขาดสมรรถนะในการควบคุมการถ่ายปัสสาวะ เจ็บเวลาขับปัสสาวะ เป็นต้น

อาการต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นเนื่องจากการขาด “ฮอร์โมน เอสโทรเจน” หลังจากหมดประจำเดือน กระเพาะปัสสาวะทำให้อัตราความถี่ในการหดตัวของกล้ามเนื้อท่อปัสสาวะเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ความสามารถในการหดตัวอ่อนแอ นอกจากนี้ ความแก่ชราทำให้เอ็นกล้ามเนื้อโพรงกระดูกเชิงกรานหย่อนคล้อยและรอบๆ ท่อปัสสาวะหดตัว ทำให้ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขาดการควบคุม เป็นต้น

จากการวิจัย ผู้หญิงวัยทองจำนวน 50 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปจะประสบปัญหาการขับปัสสาวะหนึ่งอย่างขึ้นไป แต่มีผู้หญิงเพียงหนึ่งในสี่ที่มาเข้ารับการตรวจรักษา ผู้อื่นนอกจากนี้มักจะเลื่อนเวลาการรักษา ทำให้อาการนับวันยิ่งหนักขึ้นๆ

อาหาร พฤติกรรมการกิน และการใช้ชีวิตที่ต้องระวัง

  1. ต้องดื่มน้ำอย่างพอเหมาะประมาณ 1,000-2,000 ซีซี ไม่เกินนี้
  2. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนอย่างน้ำชาและกาแฟ ฯลฯ เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อยได้ง่าย
  3. ก่อนนอนไม่ควนดื่มน้ำเพื่อไม่ให้การขับปัสสาวะบ่อยๆ ส่งผลต่อการนอนหลับ
  4. ดื่มเหล้าน้อยๆ และกินผลไม้ที่มีส่วนประกอบของน้ำให้มากๆ แทน เช่น แตงโม
  5. กินแครนเบอรี่มากๆ เพราะสามารถป้องกันการติดเชื้อของท่อปัสสาวะ

กินอะไรดีจึงจะช่วยแก้ปัญหาทางเดินปัสสาวะ

แครนเบอรี่ลดอัตราการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะได้ 20 เปอร์เซ็นต์ไหมข้าวโพดมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ส่วนส้มนั้นควบคุมการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ผู้หญิงที่มีปัญหาท่อขับปัสสาวะควรกินให้มากๆ

แครนเบอรี่

      แครนเบอรี่ (cranberry) มีวิตามินซี ฟลาโวนอยด์ แทนนิน และแอนโทไซยานินมากมาย มีผลในการป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ อี. โคลาย (E.coli) ไม่ให้เกาะติดผนังของท่อปัสสาวะ อีกทั้งแบคทีเรียยังขับออกนอกร่างกายพร้อมกับน้ำปัสสาวะได้ค่อนข้างง่ายด้วยและอาจช่วยป้องกันโรคติดเชื้อ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ฯลฯได้

นักวิทยศาสตร์มากมายทั่วโลกได้ยืนยันแล้วว่า แครนเบอรี่มีความสามารถในการควบคุมแบคทีเรียในท่อปัสสาวะได้จริงๆ พร้อมทั้งแนะนำว่า การดื่มน้ำผลไม้แครนเบอรี่ทุกวัน จะสามารถลดอัตราการเกิดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะได้ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ากินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สกัดจากแครนเบอรี่จะต้องดื่มน้ำปริมาณมาก ถึงจะมีผลขับแบคทีเรียที่อยู่ในท่อปัสสาวะออกมาได้

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

  1. แครนเบอรี่เป็นผลเบอรี่ที่พบเห็นบ่อยในอเมริกาเหนือ ที่ทั้งแครนเบอรี่แบบแช่แข็ง น้ำผลไม้แครนเบอรี่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงร่างกาย แครนเบอรี่สกัดอัดเม็ด แคปซูล หรืออื่นๆ เวลาเลือกซื้อต้องดูเครื่องหมายสัญลักษณ์ให้ชัดเจน ประเทศที่นำเข้า และระยะเวลาในการเก็บ
  2. น้ำผลไม้แครนเบอรี่บริสุทธิ์ไม่มีน้ำตาลซึ่งวางขายตามท้องตลาดมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะมีน้ำตาลสูงทั้งนั้น ซึ่งไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือผู้ที่กลัวอ้วน ดังนั้นก่อนซื้อ จะค้องดูก่อนว่ามีปริมาณน้ำตาลสูงหรือไม่
  3. แครนเบอรี่จัดเป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน ซึ่งสามารถกินควบคู่กับโยเกิร์ตหรือโยเกิร์ตที่ทำจากผัก ผลไม้ หรือน้ำผักผลไม้ได้

ไหมข้าวโพด

      ไหมข้าวโพด (ไม่ใช่ซังข้าวโพด: ฝักข้าวโพดที่แกะเม็ดออกแล้ว) มีสารอัลคาลอยด์ในพืช น้ำตาลกลูโคส กรดข้าวโพด กรดแอปเปิ้ล กรดมะนาว กรดทาร์ทาริก กรดออกซาลิก ยางสน ยางไม้ วิตามินเค และโพแทสเซียม ฯลฯ ซึ่งมีฤทธิ์ลดความดันและขับปัสสาวะ ช่วยให้ความดันโลหิตคงที่ด้วย แต่ผู้ที่ร่างกายอ่อนแอไม่ควรกินเป็นเวลานาน ควรกินอย่างพอเหมาะ

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

      เนื่องจากข้าวโพดมีระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวนานมาก ไหมข้าวโพดแห้งแข็งได้ง่ายและกินหอมจะลดลงด้วย ควรเลือกซื้อข้าวโพดที่มีลักษณะเม็ดเล็ก เปลือกมีสีเขียว และมีน้ำมาก ถึงจะได้ไหมข้าวโพดที่สดใหม่และมีรสหวาน

ให้หยิบข้าวโพดขึ้นมาดมใกล้ๆ ถ้าไหมข้าวโพดแห้งแล้ว กลิ่นจะไม่หอม แต่จะมีกลิ่นเหม็นอับแบบราแห้งๆ แทน

 

ส้ม

      ส้มอุดมไปด้วยวิตามินซี แร่ธาตุ กรดอินทรีย์ กรดมะนาว ไฟเบอร์ สารสังกะสี แมกนีเซียม แคลเซียม และโพแทสเซียม ฯลฯ เนื่องจากมีกรดอินทรีย์มาก จึงสกัดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และมีส่วนช่วยในการปรับปรุงการติดเชื้อของท่อขับปัสสาวะให้ดีขึ้น

ส้มช่วยในการลดน้ำหนัก แต่กรดอินทรีย์มีค่อนข้างมากในส้ม ผู้ที่กระเพาะอาหารอ่อนแอและมีแผลเปื่อยไม่ควรกิน เพื่อไม่ให้เกิดอาการไม่สบายบริเวณกระเพาะอาหาร

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

  1. เนื่องจากส้มเก็บได้ทน แม้ว่าจะเลยมาถึงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ส้มก็ยังดูดีอยู่ จึงควรเลือกซื้ออย่างระมัดระวัง ไม่ควรซื้อส้มคุณภาพต่ำที่ดูช้ำเกินไป
  2. เวลาเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อที่อวบอิ่มและมีน้ำหนัก ถ้าผลส้มมีลักษณะแห้ง น้ำหนักเบา และมีรอยจุดสีดำ อาจะเป็นส้มที่เก็บไว้สักพักหนึ่งแล้ว ไม่ควรเลือกซื้อเด็ดขาด

Tips

แครนเบอรี่ทำอะไรกินได้บ้าง

แครนเบอรี่สดมีลักษณะกลม สีแดง (เรียกอีอย่างหนึ่งว่าแครนเบอรี่นกกระสา) แครนเบอรี่แช่แข็ง แครนเบอรี่แห้ง หรือแคนเบอรี่กระป๋อง ไม่ว่าจะในรูปแบบใด คุณก็สามารถนำมาประยุกต์อาหาร เครื่องดื่มขนม ได้ตามใจปรารถนา อาทิ

  • แครนเบอรี่กระป๋องจะมีน้ำขลุกขลิก ตักใส่ถ้วยแล้วเติมน้ำต้มสุก จะได้ “น้ำจิ่ม” หวานๆ เปรี้ยวๆ กินกับไก่ชุบแป้งป่นทอดได้เข้ากันดี เป็นสูตรของออสเตรเลีย
  • ทำ “สมูทีแครนเบอรี่โอ๊ตโยเกิร์ต” โดยนำแครนเบอรี่สดหรือแบบกระป๋อง ใส่ในโถปั่นใสในโยเกิร์ตรสธรรมชาติ น้ำแข็งปั่น นมสด และน้ำเชื่อมเล็กน้อยปั่นให้เข้ากัน แล้วใส่ข้าวโอ๊ตชนิดเกล็ดละเอียด ปั่นพอเข้ากัน รินใส่แก้วดื่มทันที
  • ทำ “โยเกิร์ตสลับสี” โดยนำโยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือรสอื่นตามชอบมาใส่แก้วใสๆ ใบเล็กๆ แล้วราดแครนเบอรี่กระป๋องสลับกับโยเกิร์ตเป็นชั้นๆ โรยหน้าด้วยถั่วนิดหน่อย

ออกกำลังกายแบบใดแก้ปัญหาปัสสาวะบ่อยได้ผล

ควรค้นหาวิธีการออกกำลังกายแบบง่ายๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาปัสสาวะบ่อย และช่วยในการควบคุมปัสสาวะได้ ซึ่งนั้นก็คือ “การขมิบ” หรือ “การออกกำลังกายแบบเคเกล” ผู้หญิงวัยทองเรียนรู้แล้วก็ฝึกได้ทุกที่ทุกเวลา!

การออกำลังกายแบบเคเกล หรือ kegel เป็นการออกกำลังกายแบบ “ขมิบ” ยกกระชับกล้ามเนื้อหัวหน่าว ก้นกบ ที่เชื่อมต่อระหว่างท่อปัสสาวะช่องคลอดและทวารหนัก เป็นท่าที่ทำได้ง่าย ช่วยเสริมกล้ามเนื้อปลายกระดูกเชิงกราน อีกทั้งแก้ปัญหาปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะเล็ด และการขาดการควบคุมในการปัสสาวะ เป็นต้น 

เคล็ดลับการฝึก

  1. เมื่อเกิดความรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะ ก็ให้นั่งบนชักโครก แล้วกางขาทั้งสองข้างออกจากกัน
  2. ถ่ายปัสสาวะตามธรรมชาติ แต่อย่าให้หมดทีเดียว ให้เกร่งหยุดชะงักการขับถ่ายอย่างกะทันหัน
  3. ทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา 10 ครั้ง

      คุ้นเคยวิธีการขมิบที่ถูกต้องนี้แล้ว แม้จะไม่ใช่เวลาขับปัสสาวะก็สามารถออกกำลังกายแบบเคเกลนี้ได้ เช่น อาจใช้โอกาสในช่วงทำอาหารในห้องทำงาน นั่งรถ รถติด ตอนตื่นนอน ตอนอยู่ในห้องน้ำ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งๆ ที่ยืน นั่งลง หรือนอนอยู่ก็ได้ทั้งสิ้น

ทำได้วันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 3-5 นาที แล้วทำแบบนี้ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน ก็จะช่วยปรับให้อาการปัสสาวะเล็ดดีขึ้นได้

Tips

ฝึกขมิบทั้งทีต้องระวัง

การออกกำลังกายแบบเคเกลนี้ควรระวังไม่เกร็งกล้ามเนื้อบริเวณขาทั้งสองข้างมากเกินไป จะทำให้กล้ามเนื้อขาตึงตัวเกินไปได้

ท่ายกกระชับอื่นๆ ที่ช่วยได้

ท่ายกกระชับถวารหนัก 1

วิธีฝึก: เวลาสูดลมหายใจเข้า ทวารหนักใช้แรงยกตัวขึ้นและบีบตัว เวลาหายใจออกก็ผ่อนคลายกลับเป็นเหมือนเดิม ไม่ว่าจะนั่ง นอน หรือยืน ก็สามารถบริหารท่านี้ได้

ความถี่: ผ่อนคลายและบีบตัวถวารหนัก 30 ครั้งทำทุกเช้าและเย็น

ท่ายกกระชับถวารหนัก 2

วิธีฝึก: คุกเข่า คว่ำหน้าลงกับพื้นหรือเตียง อกแนบพื้น ยืดแขนทั้งสองออกไปข้างหน้า ยกช่วงสะโพกขึ้นมา ท่านี้จะเหมือนแมวกำลังเหยียดตัวเวลาสูดลมหายใจเข้า ทวารหนักใช้แรงยกตัวขึ้นและบีบตัว เวลาหายใจออกก็ผ่อนคลายกลับเป็นเหมือนเดิม

ความถี่: ผ่อนคลายและบีบตัวทวารหนัก ทำต่อเนื่องกัน 20-30 ครั้ง ทำทุกเช้าและเย็น

ช่องคลอดมีเลือดออกผิดปกติเป็นสัญญาณบอกอะไร

ถ้าหมดประจำเดือนไปแล้ว แต่ยังปรากฏอาการเลือดออกจำนวนมากหนหรือเลือดออกผิดปกติแบบเว้นระยะ ก็ควรจะต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ทางที่ดีเวลาผิดปกติ ควรปลูกฝังนิสัยบันทึกการเปลี่ยนแปลงของประจำเดือน ซึ่งจะช่วยให้คุณเห็นว่าประเดือนมีการเปลี่ยนแปลงที่แปลกไปจากเดิมหรือไม่

สาเหตุประจำเดือนแปรปรวน

      ประจำเดือนในวัยทองมักจะแปรปรวนอยู่เสมอเนื่องจากฮอร์โมนเพศที่ผลิตได้ไม่แน่นอน บางทีมามาก บางทีมาน้อย มาถี่ หรือนานๆ มาที อาจเป็นเช่นนี้เป็นปีๆ สุดท้ายประจำเดือนก็หยุดอย่างถาวร

แต่หมดประจำเดือนไปแล้ว ยังปรากฏอาการเลือดออกมาก เลือดออกผิดปกติแบบยืดเวลาหรือแบบเว้นระยะ ซึ่งไม่เหมือนกับสภาพเลือดประจำเดือนในช่วงวัยทอง จะต้องคอยเฝ้าดูอย่างระมัดระวัง เพราะจัดอยู่ในประเภท “สภาพเลือดออกผิดปกติ” ควรให้แพทย์ตรวจและรักษา

การที่เลือดออกหลังจากวัยหมดประจำเดือนอาจจะเป็นเพราะตัวหมดลูกหรือปากมดลูกมีเลือดออก หรือไม่ก็อาจเป็นปัญหาของระบบปัสสาวะตั้งแต่ช่องคลอด อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก รังไข่ ท่อนำไข่ ทางเดินปัสสาวะ และกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น และอาจเกิดจากโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร โรคริดสีดวง หรือเนื่องจากาการเปลี่ยนแปลงของโรคมะเร็งก็ได้

เมื่อพบว่ามีเลือดออกผิดปกติ คุณจะต้องรีบไปตรวจที่โรงพยาบาลทันที หาสาเหตุที่เลือดออกเพื่อประโยชน์ในการรักษา

Tips

เคล็ดลับเล็กๆ ในการรับมือเลือดออกผิดปกติ

เพื่อให้ทราบว่ามีสภาพอาการเลือดออกผิดปกติในช่วงวัยทองหรือไม่ในวันธรรมดาควรสวมกางเกงในสีขาว ก็จะสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงของระดับที่เลือดออกได้ตลอด แล้วยังได้สังเกตสีของเลือด ระดับความข้นเหนียวของเลือดว่ามีลิ่มแข็งผสมปลอมปน มีกลิ่นแปลกไปหรือไม่ เป็นต้น และควรปลูกฝังนิสัยการพกผ้าอนามัยติดตัวไว้ได้เสมอ เพื่อรับมื้อกับการเลือดออกผิดปกติได้ตลอดเวลา

ทำไมต้องจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของประจำเดือน

      ทางการแพทย์ให้คำกำจัดความของวัยหมดประจำเดือนคือ ผู้หญิงไม่มีประจำเดือนเป็นระยะเวลาหนึ่งปีขึ้นไปถึงจะเรียกได้ว่า “วัยหมดประจำเดือน” ส่วนที่เรียกว่า “ช่วงอายุที่หมดประจำเดือน” คือช่วงอายุที่มีประจำเดือนเป็นครั้งสุดท้าย โดยทั่วไปแล้ว ช่วงอายุที่หมดประจำเดือนของผู้หญิงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 49.5 ปี แต่ถ้าเกิดอาการหมดประจำเดือนในช่วงระหว่างอายุ 40-60 ปีก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่จำเป็นต้องเครียด กังวลเกินไป ทว่าหากหมดประจำเดือนก่อนอายุ 37 ปี ถือว่าเป็นสิ่งผิดปกติแล้ว

เนื่องจากขั้นตอนการหมดประจำเดือนในช่วงวัยทองและสภาพเลือดออกของผู้หญิงแต่ละคนล้วนไม่เหมือนกัน ดังนั้นเพื่อหาวิธีบรรเทาได้ตรงจุด ในเวลาปกติ ควรทำตารางบันทึกเพื่อบันทึกการมาของประจำเดือน บันทึกวันที่ประจำเดือนมา ปริมาณเลือด อาการไม่สบายต่างๆ จะต้องจดบันทึกจำนวนและรายละเอียดของสิ่งที่ขับออกมาให้ถูกต้องอย่างละเอียด

บันทึกนี้ทำให้ดูออกว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติหรือไม่ เพื่อเป็นประโยชน์ในการตรวจวินิฉัยโรคและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ

ตารางบันทึกการมาของประจำเดือนในรอบปี

บทที่ 7

ช่วงวัยทองของผู้ชาย

ความชรานั้นไม่มีการแบ่งเพศชายเพสหญิง ผู้ชายก็อาจเกิดความกลุ้มใจในช่วงวัยทองได้ ดังนั้นอย่าลืมว่าผู้ชายวัยนี้ในครอบครัวของคุณ ก็ต้องการให้คุณใส่ใจและเป็นห่วงเขาด้วยเหมือนกัน!

ผู้ชายก็มีช่วงวัยทองด้วยหรือ

เมื่อพูดถึงช่วงวัยทอง มักจะทำให้คนคิดถึงเพียงเพศหญิงเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ผู้ชายก็มีความกลัดกลุ้มของช่วงวัยทองเช่นกัน ซึ่งก็ต้องการให้คนในครอบครัวให้ความใส่ใจเป็นห่วงชายที่กำลังย่างเข้าสู่วัยทองบ้าง!

ผู้ชายที่ย่างเข้าสู่วัยกลางคน มักจะรู้สึกว่ากำลังกายลดลงอารมณ์ก็แปรปรวน โกรธง่าย หรือแม้กระทั้งกำลังวังชาก็ไมได้ดังใจที่ต้องการ อาการจะเหมือนผู้หญิงวัยทองไหมนะ เพราะคำว่า “วัยทอง” ใช้กับผู้หญิงหมดประจำเดือนไม่ใช่หรือ ผู้ชายไม่มีประจำเดือนเสียหน่อย

ความสัมพันธ์ระหว่างฮอร์โมนและช่วงวัยทองของผู้ชาย

      คำจำกัดความของช่วงวัยทองในผู้ชาย หมายถึง การขับฮอร์โมนเพศชายลดลงไปตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น สืบเนื่องจากกรรมพันธุ์สภาพแวดล้อม นิสัยการดำเนินชีวิต และการกินอาหาร เป็นต้น  ทำให้เกิดปัญหาต่อประสิทธิภาพทางกาย จิตใจ ความสามารถในการรับรู้และสมรรถภาพทางเพศเปลี่ยนแปลงไป

เนื่องจากระดับความเข้มข้นของฮอร์โมนเพศชายที่มีความสัมพันธ์กับอาการช่วงวัยทองของเพศชาย ดังนั้นนักวิจัยทางการแพทย์วิจัยแล้วค้นพบ “แบบประเมินฮอร์โมนเพศชายลดลงด้วยตัวเอง” ( หน้า 286 )  เพื่อเป็นข้อมูลหลักในการใช้รักษาอาการวัยทองของผู้ชาย

ช่วงที่ฮอร์โมนเพศชาย (ฮอร์โมนเทสทอสเทอโรน) ขับออกมาสูงสุดอยู่ระหว่างช่วงอายุ 15-30 ปี แต่เมื่อหลังจากอายุ 40 แล้ว ความเข้มข้นของฮอร์โมนเพศชายจะลดลงปีละ 1-2 เปอร์เซ็นต์

แต่การลดลงของฮอร์โมนเพศชายนั้นกลับสวนกับอาการช่วงวัยทองของเพศชาย ฮอร์โมนลดลงหมายถึงความเข้มข้นของฮอร์โมนค่อยๆ ลดลงแต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องปรากฏอาการวัยทองเสมอไป จากสถิติทางการแพทย์ ผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป มีประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ที่เกิดอาการฮอร์โมนเพศชายลดลง ถ้าอายุ 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นเป็น 35 เปอร์เซ็นต์

พูดอีกอย่างหนึ่งคือ ไม่ใช่ว่าผู้ชายที่ฮอร์โมนเพสชายลดลงจะมีอาการช่วงวัยทองทุกคน แต่ยังต้องมีปัจจัยอื่นๆ เสริมด้วย เช่น อายุ กรรมพันธุ์ สภาพแวดล้อม การใช้ชีวิต การกินอาหาร เป็นต้น ถ้าปกติสามารถให้ความสนใจกับการดำเนินชีวิตที่มีกฎเกณฑ์ การกินอาหารและสภาพแวดล้อมที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง ก็จะลดอัตราการเกิดอาการวัยทองของเพศชายได้

ความเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย

  1. กำลังกล้ามเนื้อลดลง ความกระฉับกระเฉง แรงดึง และการยืดตัวของกล้ามเนื้อต่างลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  2. การสะสมของไขมัน การเผาผลาญไขมันลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงท้องจะมีไขมันค่อยๆ สะสมมากขึ้น
  3. กระดูกพรุน ระดับความหนาแน่นของมวลกระดูกค่อยๆ ลดลง ข้อต่อกระดูกกล้ามเนื้อจะปวดเมื่อย แล้วยังอาจจะตัวเตี้ยลงด้วย
  4. น้ำคัดหลั่งภายในขาดสมดุล การลดลงของฮอร์โมนทำให้น้ำคัดหลั่งภายในขาดความสมดุลไปด้วย กลายเป็นคนโกรธง่าย ความมั่นใจลดลง แล้วยังศีรษะล้านได้ด้วยอันเนื่องจากฮอร์โมน
  5. อาการไม่สบายต่างๆ ของช่วงวัยทอง คล้ายกับเพสหญิงคือจะปรากฏอาการหัวใจเต้นเร็ว แรง เต้นผิดจังหวะ ร้อนวูบวาบ และเหงื่อไหลมากขณะหลับ เป็นต้น

 

ความเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจและความสามารถในการรับรู้

  1. อารมณ์แปรปรวน กังวล ควบคุมอารมณ์ยาก กลัดกลุ้ม จิตใจ เซื่องซึม และนอนไม่หลับ เป็นต้น
  2. ไม่มี่สมาธิ ไม่สามารถเอาใจจดจ่อแน่วแน่ (concentrate) มักจะจิตใจเหม่อลอย
  3. ความสามารถในการทำงานลดลง ความสามารถในการตัดสินใจลดลง ไม่ค่อยมีความมั่นใจ และเกิดความลังเล ไม่เฉียบขาด
  4. เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย แม้ว่าจะนอนเต็มอิ่มแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหนื่อยล้า ไม่กระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่า
  5. ความสามารถในความจำลดลง เช่น สิ่งที่เพิ่งทำไปไม่กี่วันก่อนหน้านี้ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก

ความเปลี่ยนแปลงด้านสมรรถภาพทางเพศ

  1. จำนวนครั้งในการปล่อยอสุจิลดลง จำนวนครั้งและปริมาณในการปล่อยอสุจิลดลง ซึ่งหมายความว่าสมรรถภาพทางเพศลดลง
  2. ลูกอัณฑะหดตัวลง ลูกอัณฑะมีขนาดเล็กลงและนิ่ม
  3. สมรรถภาพในการยกตัวขององคชาตเสื่อม สมรรถภาพในการยกตัวขององคชาตแย่ลง จำนวนครั้งของการที่องคชาตไม่ยกตัวและองคชาตยกตัวแต่ไม่ตั้งตรงเพิ่มมากขึ้น
  4. ความต้องการทางเพสลดลง ขาดความสนใจในทางเพศ “เพศ” จำนวนครั้งในการมีเพสสัมพันธ์ลดลง และการรู้สึกถึงจุดสุดยอดทางเพศลดลงด้วย

 

3 ขั้นตอนการตรวจเช็กภาวะชายวัยทองด้วยตนเอง

ขั้นตอนที่ 1 ประเมินความรู้สึกของตนเอง

      เมื่อเกิดความสงสัยว่าจะมีปัญหาวัยทอง ก็ควรทำแบบการประเมินความรู้สึกของตัวเองดู หากผลปรากฏว่าสภาพร่างกายและจิตใจเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน ก็อาจเป็นไปได้อย่างมากว่าเป็นชายวัยทองเสียแล้ว

  • ช่วงนี้อารมณ์ไม่มั่นคง หวั่นไหวมาก ถ้าไม่โกรธโมโหใครเสียงดัง ก็จะชักสีหน้าใส่
  • กำลังกายลดลงกะทันหัน ยังไม่ทันจะห้าทุ่มก็ปวดเมื่อยไปหมด หนังตาเริ่มหนักต้องรีบเข้านอนเร็วกว่าปกติ
  • สะดุ้งตื่นกลางดึก แต่จะนอนต่อก็นอนไม่หลับ จนถึงขั้นนอนไม่หลับอย่างรุนแรงจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
  • เหงื่อไหลท่วมตัวกลางดึกเป็นประจำ
  • ข้อต่อกระดูกช่วงหัวเข่าและกระดูกทั่วร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน มักจะปวดเมื่อยตลอด ยิ่งตอนอากาศแปรปรวน อาการปวดเมื่อยก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
  • ความสามารถในความจำและความสนใจเริ่มจะถดถอย ขี้หลงขี้ลืมกับสิ่งที่ผ่านไป
  • รู้สึกไม่ค่อยกล้า ความมั่นใจน้อยลง
  • ไม่สามารถมีเซ็กซ์ได้ แม้ว่าจะมีความคิด แต่กำลังกายไม่เอื้ออำนวย
  • การยกตัวขององคชาตนับวันยิ่งแย่ลง เคยลองพยายามอยู่หลายวิธี แต่ก็ไม่ดีขึ้น

ขั้นตอนที่ 2 ประเมิณฮอร์โมนเพศชายลดลงด้วยตนเอง

      หลังจากประเมิณความรู้สึกของตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ยังไม่สามารถวินิจฉัยออกมาได้ จะต้องไปพบแพทย์ด้วย ก่อนอื่นแพทย์จะให้คุณทำ “แบบประเมินฮอร์โมนเพศชายลดลงด้วยตนเอง” (ของดอกเตอร์จอห์น อี. มอร์ลีย์) เพื่อให้แพทยืทำความเข้าใจว่าคุณเกิดอาการเนื่องจากฮอร์โมนเพศชายลดลงหรือไม่

ถ้าตอบ “ใช่” 3 ข้อขึ้นไป ก็น่าจะสันนิษฐานได้ว่า อาจมีอาการเนื่องจากฮอร์โมนเพสชายลดลง

  1. คุณมีความต้องการทางเพศลดลง
  2. คุณรู้สึกว่าไม่ค่อยกระปรี้กระเปร่า
  3. คุณมีกำลังกายอ่อนแอลงหรือความอดทนลดลง
  4. ส่วนสูงของคุณลดลงจากเดิม
  5. คุณรู้สึกว่าชีวิตค่อนข้างขาดความสนุกสนาน
  6. คุณมักรู้สึกซึมเศร้าโศกหรือหงอยเหงาเศร้าซึม
  7. การยกตัวขององคชาตของคุณไม่ค่อยตั้งตรง
  8. คุณรู้สึกว่าความสามารในการออกกำลังกายลดลง
  9. คุณรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนหลังอาหารมื้อเย็น
  10. คุณมีพฤติกรรมการทำงานที่แย่ลง

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจเลือด

      จุดประสงค์ของการตรวจเลือด คือต้องการตรวจวัดระดับความเข้มข้นของฮอร์โมนเทสทอสเทอโรน หากปริมาณรวมของฮอร์โมนเพศชายต่ำกว่ามาตรฐานคือ 2.8 ng/ml และห่างจากค่ามาตรฐานของฮอร์โมนเพศชายต่ำกว่า 13 pg/ml ก็วินิจฉัยได้เลยว่าเป็นชายวัยทองเข้าแล้ว

ในปัจจุบันนี้ ต่างประเทศได้มีการนำระดับความเข้มข้นของฮอร์โมนเทสเทอโรนมาทำการปรับแก้ใหม่ให้เข้มงวดขึ้นกว่าเดิม จุดประสงค์เพื่อให้การรักษาที่แม่นยำถูกต้อง และหลีกเลี่ยงการเกิดผลแทรกซ้อนอันเนื่องจากการใช้ยาพร่ำเพรื่อ

Facebook Comments

ร่วมแสดงความคิดเห็น