Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/includes/DDtemplate-core/extensions/customizer/extension_customizer.php on line 273

Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/includes/DDtemplate-core/extensions/customizer/extension_customizer.php on line 286

Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/includes/DDtemplate-core/extensions/customizer/extension_customizer.php on line 312

Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/includes/DDtemplate-core/extensions/customizer/extension_customizer.php on line 324

Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/includes/DDtemplate-core/extensions/customizer/extension_customizer.php on line 343
ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง - ศูนย์รวมความรู้การเกษตร 2017 ชุมชนคนทำเกษตร : ศูนย์รวมความรู้การเกษตร 2017 ชุมชนคนทำเกษตร

ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง


ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง

ผ่านการตรวจจากกรมวิชาการเกษตรมาแล้ว 3 ครั้ง 
เป็นอินทรีย์เพราะทำจาก กุ้งหอยปูปลาทะเล เลือด ไขกระดูก ขี้ค้างคาว นม น้ำมะพร้าว 
เป็นอินทรีย์เพราะมีจุลินทรีย์สารพัดชนิด พิสูจน์จากส่วนผสมที่ถูกย่อยสลาย 
ในเลือดมี N P K Fe 
ในไขกระดูกมี N P K Ca S 
ในขี้ค้างคาวมี P K 
ในนมมี P K Ca Mg Zn 
ในน้ำมะพร้าวมี P Zn ไซโคไคนิน กลูโคส 
 
สารอาหารในอินทรีย์วัตถุุที่นำมาทำ มีสารอาหาร มาก/น้อย ต่างกัน : 
ผักผลไม้ …….. น้อยสุด หรือน้อยกว่าหอยเชอรี่ 
หอยเชอรี่ ……. มากกว่าผักผลไม้ แต่น้อยกว่าปลาน้ำจืด 
ปลาน้ำจืด …… มากกว่าหอยเชอรี่ แต่น้อยกว่าปลาทะเล 
หรือ มากสุดไปหาน้อยสุด คือ กุ้งหอยปูปลาทะเล-ปลาน้ำจืด-หอยเชอรี่-ผักผลไม้ 
 


ข้อมูลทางวิชาโภชนาการระบุชัดเจนว่าในปลาทะเลมี แม็กเนเซียม. สังกะสี. โซเดียม ซึ่งในปลาน้ำจืดไม่มี 

ขั้นตอนที่  1 (วัสดุส่วนผสมและวิธีทำ)

ปลาทะเลสด                    20                กก.
กากน้ำตาล                     5                  ล.
ผงเอ็นไซม์                     250               กรัม
จุลินทรีย์                        100               กรัม    


       เตรียมถังพลาสติกขนาดจุ 200 ล.  ใช้ปลาสดใหม่ทั้งตัว  บดให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะละเอียดได้ด้วยเครื่องบดโมลิเน็กซ์ยักษ์  หรือเครื่องบดทั่วๆไป  แล้วใส่ส่วนผสมทุกตัวจนครบ  คนเคล้าให้เข้ากันดี   ถ้าส่วนผสมข้นมากจนบดไม่ได้ให้เติมน้ำมะพร้าวเล็กน้อยพอเหลวให้เครื่องบดทำ งานได้ เสร็จแล้วปิดฝาพอหลวมเก็บในอุณหภูมิห้อง  หมักทิ้งไว้ 3 เดือน ระหว่างหมัก 3 เดือนนี้ให้คนวันละครั้ง……ครบกำหนด  3 เดือนแล้วจะพบว่า  ส่วนผสมต่างๆในถังหมักจะเหลวเป็นน้ำ นั่นคือ “อะมิโนโปรตีน”  มีกลิ่นคาวปลาแรงกว่ากากน้ำตาล พร้อมปรุงต่อขั้นที่  2

      ขั้นที่ 2 (วัสดุส่วนผสมและวิธีทำ)
       อะมิโนโปรตีน. ที่ได้จากขั้นตอนที่ 1 ซึ่งจะมีปริมาณประมาณ 20 ล.ของถัง 200 ล.  ให้เติมน้ำมะพร้าวลงไป 160 ล.  คนเคล้าให้เข้ากันดี  แล้วเติมอากาศด้วยปั๊มออกซิเจน เฉพาะช่วงกลางวัน เช้าถึงเย็น  นานติดต่อกัน 7 วัน….ระหว่างเติมอากาศหากหยุดเติมจะพบว่า วัสดุส่วนผสมต่างๆ ช่วงแรกๆจะลอยอยู่ที่ผิวหน้า ครั้นเวลาผ่านไปประมาณ 7 วัน  ส่วนผสมเหล่านั้นจะจมลงก้นถังทั้งหมด เมื่อเห็นว่าส่วนผสมทั้งหมดจมลงก้นถังแล้วให้เติม…..

               น้ำมะพร้าว           160          ล.
               ไขกระดูก             10           ล. 
               เลือด                 10           ล. 
               มูลค้างคาว           5             ล.
               นม                    5             ล.
               สาหร่ายทะเล         500          กรัม
               ฮิวมิค แอซิด         500          กรัม
               บี-1                   500          กรัม
               จุลินทรีย์              100          กรัม
               21-0-0               500          กรัม 


      หมายเหตุ :
    – ไขกระดูก.  เลือด.  มูลค้างคาว.  นม.  หมักแยกล่วงหน้านานข้ามปีจนพร้อมใช้งาน   คนเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี ปิดฝาพอหลวม เก็บในร่ม อุณหภูมิห้อง  เติมอากาศช่วง 7 วันแรก     ระหว่างเติมอากาศจะพบว่ามีฟองเกิดขึ้น ถ้าลูกฟองมีขนาดใหญ่ให้เติมอากาศต่อ ไปเรื่อยๆ จนลูกฟองมีขนาดเล็กละเอียด จึงหยุดเติมอากาศ  แล้วหมักทิ้งไว้ข้ามปี  ระหว่างนี้ไม่ต้องคนเอาส่วนผสมก้นถังขึ้นมา    แต่ให้คนเฉพาะส่วนผสมบางส่วนที่ลอยหน้าเท่านั้น ระยะเวลาหมักยิ่งหลายปียิ่ง ดี ก็จะได้ “น้ำหมักระเบิดเถิดเทิงดิบ”  พร้อมปรุง  ก่อนใช้งานจริงน้ำหมักระเบิดเถิดเทิงดิบที่ผ่านการหมักข้ามปีแล้วจะมีกลิ่น แอลกอฮอร์  หากใช้ไม้พายค่อยๆงัดกากที่อยู่ก้นถังขึ้นมาดู   จะพบว่าส่วนผสมที่อาจจะหยาบๆในครั้งแรกนั้นได้กลายสภาพเป็นของเหลวเหมือน วุ้น…..และการไม่คนเอาส่วนผสมก้นถังขึ้นมาก็เพื่อ เปิดโอกาสให้จุลินทรีย์ กลุ่มไม่ต้องการอากาศ (บาซิลัสส์) ได้ดำเนินการย่อยสลายส่วนผสมได้เต็มที่   ทั้งนี้จุลินทรีย์กลุ่มไม่ต้องการ อากาศมีประสิทธิภาพในการย่อยสลาย (เอ็นไซม์) อินทรีย์วัตถุเหนือกว่าจุลินทรีย์กลุ่มต้องการอากาศ   นอกจากนี้ยังพบสาร เหลวที่เป็นเมือกจำนวนมากนั่น คือ “ฮอร์โมนไซโตคินนิน”   สารที่มีประโยชน์ต่อพืชอย่างมาก

    – สารอาหารพืชที่พึงมีในน้ำหมักระเบิดเถิดเทิงดิบเป็นสารอาหารประเภท”อินทรีย์ สาร”  ที่ถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายออกมาจากวัสดุส่วนผสมนั่นเอง  ปริมาณสารอาหารที่มีหรือที่ได้เมื่อคิดปริมาณเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วถือว่าไม่ มากนัก  ในพืชอายุสั้นฤดูกาลเดียวอาจจะเพียงพอต่อการนำ ไปใช้เพื่อการเจริญเติบโตแต่ในพืชยืนต้นขนาดใหญ่ซึ่งต้องการใช้สารอาหารใน ปริมาณมากขึ้นนั้นอาจจะไม่พอเพียง…..จากหลักการและเหตุผลที่ว่า น้ำหมัก ชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง มีปริมาณเปอร์เซ็นต์ของอาหารน้อยถึงน้อยมากแต่ เมื่อได้เติมเพิ่มปริมาณปุ๋ยที่เป็นอนินทรีย์สารจนได้ปริมาณเปอร์เซ็นต์ตาม ต้องการ  จึงสามารถเรียกชื่อใหม่ว่า  “ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง”  ได้อย่างมั่นใจ
      – ทุกขั้นตอนของการหมักไม่มีการเติม  “น้ำเปล่า”  เพราะในน้ำเปล่านอกจากไม่มีสารอาหารแล้วยังทำให้เปอร์เซ็นต์ของสารอาหารที่ พึงมีเจือจางลงไปอีก  กับทั้งน้ำเปล่าเป็นต้นสาเหตุทำให้การหมักเกิดเน่าเหม็นอีกด้วย

       ขั้นตอนที่  3 (น้ำหมักระเบิดเถิดเทิงสูตร -?-)
         ความหมายของเครื่องหมาย  ” -?- ”   คือ  สูตรของปุ๋ยธาตุหลัก  ซึ่งจะต้องเลือกสูตรที่ตรงกับชนิดและระยะ พัฒนาการของพืชที่จะใช้โดยเฉพาะ  และ  “ธาตุอาหารเน้น”  หมายถึง  ธาตุรองหรือธาตุเสริม ตัวใดตัวหนึ่งหรือทั้งสองตัว ที่จำเป็นต้องเพิ่มเป็นกรณีพิเศษสำหรับพืชบางชนิด……โดยการปฏิบัติดังนี้

         น้ำหมักระเบิดเถิดเทิงดิบ             100        ล.
         ปุ๋ยธาตุหลัก (ทางราก)                10-20        กก.
         ธาตุรอง/ธาตุเสริม                       1-2        กก.
         ธาตุอาหารเน้น                            1-2        กก.

    คนเคล้าส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันดีแล้วได้  “ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิด เถิดเทิง”    พร้อมใช้งานได้เลย  อายุเก็บไม่ควรเกิน 6 เดือน

      อัตราใช้และวิธีใช้  :

     – ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง 5-10 ล. / ไร่ (นาข้าว  พืชไร่  พืชน้ำ  ผักสวนครัว…..ช่วงเตรียมดิน)
     – ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง 50 ซีซี. / น้ำ  20 ล. /7-10 วัน ให้ทางดิน (ไม้ผลยืนต้น)
     – ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง 10 ล. / อินทรีย์วัตถุ  1 ตัน  ในการทำปุ๋ยอินทรีย์

Facebook Comments

ร่วมแสดงความคิดเห็น