วิธีตอนกิ่ง (Air Layering)

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

  1. แก้วพร้อมฝาปิด
  2. คัดเตอร์
  3. เทปใส
  4. ขุยมะพร้าว+ปุ๋ยอินทรีย์+น้ำ
  5. กระดาษฟอยหรือกระดาษหนังสือพิมพ์
  6. เชือกและกิ่งไม้

วิธีทำน้ำยาเร่งราก
ฮอร์โมนเร่งราก หากไม่มีให้ใช้ กะปิ 100 กรัม ผสมน้ำมะพร้าวแก่ 1 ลูก ทั้งในกะปิ และน้ำมะพร้าวแก่  หรือจะผสมข้าวโพดหวานอ่อนบดละเอียดด้วยก็ได้ เพราะทั้ง 3 อย่าง ต่างนั้นมี “ไซโตคินิน”   ช่วยเร่งการงอกรากของกิ่งตอนได้อย่างดี

ไซโตไคนินเป็นฮอร์โมนของพืชที่พบครั้งแรกในน้ำมะพร้าวแก่ ข้าวโพดหวานและกะปิ โดยสารนี้มีความสามารถกระตุ้น การแบ่งเซลล์ ซึ่งต่อมาพบว่าสารนี้คือ 6-furfuryladenine เป็นสารที่มีสูตรโครงสร้างแบบพูรีน (Purine) จากคุณสมบัติที่สามารถกระตุ้นการแบ่งเซลล์ได้จึงเรียกสารนี้ว่าไคเนติน (Kinetin) หลังจากนั้นก็มีผู้พบสารที่มีสูตรโครงสร้างและคุณสมบัติคล้ายกับไคเนตินอีก หลายชนิด

จึงรวม เรียกสารเหล่านี้ว่าไซโตไคนิน ไซโตไคนินที่พบในพืชคือ ซีอะติน (Zeatin) แหล่งสร้างไซโตไค นินในพืชที่อยู่ปลายราก ปมราก และพบทั่วไปในต้นพืช เป็นส่วนประกอบของกรดนิวคลีอิก นอก
จากนี้พบในรูปสารอิสระในเอมบริโอและผลที่กำลังเจริญเติบโต ผลของไซโตไคนินกับพืชจะเกิด ร่วมกับสารกระตุ้นการทำงาน (co-factor) อื่นๆ ถ้าไม่มีสารเหล่านี้ไซโตไคนินจะไม่แสดงผลกับพืช

วิธีผสมตุ้มกิ่งตอน
นำขุยมะพร้าวใส่ในกาละมัง แล้วใส่น้ำผสมลงไป ใช้มือเคล้าขุยมะพร้าวกับน้ำให้เข้ากัน เมื่อใช้มือเดียวกำขุยมะพร้าวแล้วบีบ มีน้ำหยดลงมาก็ใช้ได้ ไม่ต้องให้เปียกโชก ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ลงไปในขุยมะพร้าวที่อยู่ในกาละมังพอประมาณ แล้วใช้มือเคล้าผสมให้เข้ากัน (อย่าใส่มาก เดี๋ยวพอไปตอนกิ่งแล้ว กิ่งพันธุ์จะเหี่ยวเฉาและกิ่งตาย)

วิธีตอนกิ่งในอากาศ (Air Layering)
การตอนกิ่งในอากาศ โดยเฉพาะแบบควั่นกิ่ง เหมาะสำหรับไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กุหลาบ โมก โกสน แสงจันทร์ เล็บครุฑ ฯลฯ และไม้ผลบางชนิด เช่น มะม่วง ลำไย มังคุด มะเฟือง ฯลฯ เป็นต้น มีขั้นตอน ดังนี้
เลือกกิ่งที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี หรืออยู่ในวัยหนุ่มสาว ซึ่งจะออกรากได้ดีกว่ากิ่งที่มีอายุมาก และควรเป็นกิ่งกระโดงหรือกิ่งน้ำค้าง ที่สมบูรณ์ ปราศจากโรคและแมลง

  1. ฤดูกาล ควรทำในฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคมในระยะที่พืช อยู่ในระยะเจริญเติบโต ถ้าตอนกิ่งในฤดูร้อนต้องรดน้ำให้ความชื้นอย่างสม่ำเสมอ สังเกตจากวัสดุที่หุ้มกิ่งควรมีฝ้าไอน้ำและวัสดุมีความชื้นอย่างเพียงพอ ถ้าความชื้น ไม่พอจะต้องให้น้ำเพิ่มเติม
  2. การเลือกกิ่ง ควรเลือกกิ่งเพสลาด เป็นกิ่งที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว และมีอายุไม่มาก เป็นกิ่งที่สามารถออกรากได้ง่าย และให้ปริมาณรากมาก
  3. ขนาดกิ่ง พอเหมาะไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป ขนาดประมาณตั้งแต่นิ้วก้อยถึงนิ้วหัวแม่มือ และต้องเป็นกิ่งที่สมบูรณ์ ไม่อยู่ในระยะออกดอกติดผล
  4. ชนิดกิ่ง ควรเป็นกิ่งที่ตั้งตรงและได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่ จะทำให้การเกิดรากได้รอบ รอยควั่นของกิ่ง ถ้าเป็นกิ่งเอนอาจเกิดรากอยู่ทางด้านเดียวของกิ่งและมีปริมาณน้อย

วิธีสังเกตุ : กิ่งที่มีความสมบูรณ์ พร้อมต่อการขยายพันธุ์ ลอกเปลือกออกง่ายมาก เปลือกไม่ติดเนื้อกิ่ง เปลือกกิ่งในจะมีน้ำหล่อเลี้ยงชุ่มชื้นดีแล้วลอกเอาเปลือกออกและขูดเยื่อเจริญที่เป็นเมือกลื่นๆ รอบกิ่งออกให้หมด เสร็จแล้วใช้เชือกมักพร้อมกิ่งไม้เล็กไว้ใต้แก้ว เพื่อไม่ให้แก้วหล่น

การขูดผิวเมือก : เป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงท่ออาหารของพืช หลายคนมักพูดว่าไม่จำเป็นต้องขูดออก มันก็งอกรากได้ไม่ต้องมาก เรื่องนี้ใช่ถูกต้องครับ….แต่ เท่าที่ผมทำมาก่อนและสังเกตเห็นว่า รากจะออกได้ ช้ากว่า จำนวนน้อยกว่า นั่นก็เพราะว่าราก ของพืชยังสามารถส่ง Auxins,IAA,IBAและสารอื่นๆ ไปเลี้ยงปลายยอดได้อยู่ ทำให้พืชยังเจริญเติบโตทางยอดและลำต้น Auxinsยังไม่ถูกตัดขาดฉบับพลัน.. Auxins ที่อยู่ปลายยอดจึงไม่ไหลย้อนลงมาที่บาดแผล(รอยควั่น)ได้มากพอ จึงทำให้พืชออกรากได้ช้าลงครับ

นำฮอร์โมนเร่งรากทาเหนือบริเวณรอยควั่นขึ้นไป 2-4 ซม. รอจนน้ำยาแห้ง

นำแก้วพาสติกผ่าแล้วนำมาใส่กิ่งตอน นำขุยมะพร้าวเก่า+ปุ๋ยอินทรีย์ผสมกันเรียบร้อย ที่แช่น้ำจนอิ่มตัว แล้วบีบน้ำออกพอหมาดๆ อัดลงในแก้วพลาสติกอย่าให้แน่นมาก แล้วใช้ฝาปิดแก้ว เสร็จแล้วนำพาสติกใสพันโดยรอบหรือใช้ยางวงรัดโดยรอบ ใช้กระดาษฟอยหรือหนังสือพิมพ์ห่อแก้วป้องกันความร้อนจากแสงแดด หลังจาก 20 วันจะเห็นรากงอกออกมาให้เห็น

เมื่อกิ่งตอนงอกรากซึ่งจะเกิดตรงบริเวณรอยควั่นด้านบน และรากเริ่มแก่เป็นสีเหลือง หรือมีสีน้ำตาล ปลายรากมีสีขาวและมีจำนวนรากมากพอ จึงตัดกิ่งตอนไปชำหรือปลูกได้ ตัดกิ่งตอนไปชำในภาชนะ ในกระถางหรือถุงพลาสติก เพื่อรอการปลูกต่อไป

ขอบคุณรูปภาพประกอบข้อมูลจาก อ.ภูชิต พุทธาวุฒิไกร

Facebook Comments

1 ความคิดเห็น


  1. Fatal error: Uncaught Error: Call to undefined function ereg() in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/functions.php:247 Stack trace: #0 /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/functions.php(218): commenter_link() #1 /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-includes/class-walker-comment.php(179): colabs_list_comments(Object(WP_Comment), Array, 1) #2 /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-includes/class-wp-walker.php(144): Walker_Comment->start_el('', Object(WP_Comment), 1, Array) #3 /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-includes/class-walker-comment.php(139): Walker->display_element(Object(WP_Comment), Array, 2, 0, Array, '') #4 /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-includes/class-wp-walker.php(387): Walker_Comment->display_element(Object(WP_Comment), Array, 2, 0, Array, '') #5 /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-includes/comment-template.php(2182): Walker->paged_walk(Ar in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/functions.php on line 247