วิธีปลูกชะอมแบบมืออาชีพ


การขยายพันธุ์ชะอม มีอยู่ 2 วิธีคือ
1. การขยายพันธุ์โดยใช้เพศ (เมล็ด)
ข้อดีของการปลูกชะอมด้วยเมล็ด
1. การยึดเกาะพื้นดินที่ดีกว่า ไม่โค่นไหวง่ายเวลาลมพัด
2. รากแก้วลงลึกสามารถหาอาหารและน้ำได้ดีกว่า ผลผลิตหรือการแตกยอดมีตลอดไม่ขาดช่วง
ข้อเสีย ต้องใช้เวลานานหลายปี มีทรงพุ่มใหญ่ มีดอกและติดฝัก

 

2. การขยายพันธุ์โดยไม่อาศัยเพศ
– การตอน
– การปักชำ
เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมการขยายพันธุ์โดยการปักชำเพราะสะดวกและรวดเร็วกว่า
การเลือกกิ่งพันธุ์ชะอมมาขยายพันธุ์นั้นจะต้องเป็นกิ่งที่ไม่แก่ไม่อ่อนจนเกินไป ควรตัดกิ่งพันธุ์ให้มีความยาวประมาณ 1 คืบ หรือประมาณ 20 เซนติเมตร และควรให้มีตาติดประมาณ 3-4 ตา หลังจากเลือกกิ่งพันธุ์ได้แล้วก็นำไปปักชำลงในถุงดินที่มีส่วนผสมของขี้เถ้า แกลบ และปุ๋ยคอก อัตราส่วน 3: 3: 1 หรือตามความเหมาะสม หรือจะชำในแปลงขนาดใหญ่ก็ได้ หลังจากนั้นรดน้ำให้ชุ่มวันเว้นวันประมาณ 50 – 60 วัน ชะอมก็จะแตกรากออกมา สามารถนำไปปลูกได้
ข้อดี-ของชะอมปลูกด้วยกิ่ง ให้ผลผลิตเร็ว
ข้อเสีย-ชะอมจากกิ่งตอนหรือกิ่งชำนั้นจะมีแต่รากฝอยทำให้ไม่สามารถหาอาหารหรือน้ำเพียงพอสำหรับสร้างยอดทำให้ผลผลิตลดลงในช่วงสถาวะหน้าร้อน และมักจะหยุดพักลำต้นในช่วงหน้าหนาวเพราะพืชต้องการสะสมสารอาหาร

 

วิธีปลูกชะอม
– ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปลูกผักชะอมมากที่สุดคือช่วงปลายเดือนเมษายน (ต้นฝน)ถ้าปลูกในช่วงที่ฝนตกมากต้นกล้าจะตาย
– การปลูกผักชะอม จะต้องขุดหลุม ขนาด ลึก 1 ฟุต กว้าง 1 ฟุต รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก 1 ถ้วย/หลุมคลุกปุ๋ยคอกในหลุมให้เข้ากับดิน ระยะห่างระหว่างต้น 2 เมตร
– นำต้นกล้าลงปลูก กลบดินโดยเริ่มจากการกลบหน้าดินลงไปก่อนแล้วกลบดินที่ขุดจากก้นหลุมตาม
– นำวัสดุ ฟางข้าว เศษหญ้า แกลบหยาบ คลุมโคนต้นกล้า เพื่อป้องกันวัชพืช รักษาความชื้นของหน้าดิน
– รดน้ำทุกๆ 2 วัน เช้า-เย็น
– ใส่ปุ๋ยคอกทุกๆ 2 สัปดาห์ โดยการนำวัสดุคลุมออกแล้วใส่ปุ๋ยคอก 1 ถ้วย จากนั้นนำวัสดุคลุมอีกครั้ง
– ให้น้ำให้ปุ๋ยจนกระทั่งต้นผักชะอมมีอายุ 3 เดือน ต้นผักชะอมจะสูง 2 เมตร ช่วงนี้ห้ามเด็ดยอดผักชะอมเด็ดขาด เพราะถ้าเด็ดยอดออกแล้ว ชะอมจะแตกยอดแขนงออกสูงเกินไปจะทำให้การเก็บผลผลิตได้ไม่สะดวก ดังนั้นต้องรอจนกระทั่งโคนต้นแตกยอดแขนงออกมา ปล่อยให้ยอดแขนงจะสูงเท่ากับต้นแม่

 

วิธีทำสาวชะอม
– เมื่อยอดแขนงสูงเท่ากับต้นแม่แล้วให้โน้มกิ่งแขนงและกิ่งแม่จากอีกต้นไปยังอีกต้นหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียง ใช้ตอกมัดกิ่งติดกัน
– จากนั้นเข้าสู่ช่วงของการ “ทำสาว” คือการใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 ในพิกัดควบแน่น คือการนำปุ๋ยเคมีดังกล่าวแช่ในน้ำในระดับเข้มข้นจนปุ๋ยไม่ละลาย จากนั้นกรองเอาแต่น้ำปุ๋ยเข้มข้นพ่นทางใบให้ใบร่วง กล่าวคือ
เมื่อพ่นช่วงเย็น พรุ่งนี้ใบผักชะอมจะมีสีดำ จนกระทั่ง 3 วันความเข้มข้นของปุ๋ยจะทำให้ใบผักชะอมร่วงจนหมดต้น เหลือแต่กิ่ง การพ่นน้ำปุ๋ยเข้มข้นจะต้องระวังเพราะนำปุ๋ยเข้มข้นเป็นอันตรายต่อผิวหนัง ดวงตา และระบบทางเดินหายใจ ต้องแต่งกายให้รัดกุม
– หลังจากที่ใบร่วงหมดแล้ว ทิ้งไว้ 1 วันจากนั้นพ่นด้วยน้ำเปล่าเป็นการชะล้างเปิดตายอด
-หลังจากนั้น ให้ฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน
1. ปลีกล้วยที่เพิ่งแทงปลี (ยังไม่ติดผล/เพิ่งแทงออกมาใหม่ๆ) จำนวน 1 หัว
2. แอลกอฮอล์ จำนวน 500 cc. น้ำยาล้างแผล
3.น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกัม หรือกากน้ำตาล
3. ถังหมักพร้อมฝาปิด จำนวน 1 ใบ

วิธีการทำ
นำปลีกล้วยมาสับให้ละเอียด คลุกเคล้าให้เข้ากับแอลกอฮอล์ และน้ำตาลทรายแดง
หมักทิ้งไว้ 1 – 2 สัปดาห์คั้นเอากากออก หลังจากนั้นปิดฝาเก็บไว้ใช้ได้นานเป็นเดือนๆครับ นำไปฉีดพ่นใน ถั่ว ผักบุ้ง ผักหวาน แตงกวา ชะอม และองุ่น เพื่อยืดช่อ ยืดดอก ยืดก้าน ในอัตรา 10 – 20 ซี.ซี.ต่อน้ำ 20 ลิตรผสมน้ำมะพร้าวอ่อน 1 ลูกรับรองว่าได้ผลดีไม่แพ้เคมีสังเคราะห์ที่ขายในท้องตลาดแน่นอนครับ
– หลังจากให้น้ำทางกิ่ง ลำต้นแล้วต้องให้น้ำโคนต้นด้วย จากนั้นอีก 1สัปดาห์ ต้นผักชะอมจะเริ่มแตกยอด
– จากนั้นอีก 1 สัปดาห์สามารถเก็บยอดไปขายได้ การเก็บยอดจะเก็บยอดที่ยาว 6-10 เซนติเมตร เป็นระยะที่ตลาดต้องการเป็นอย่างมาก
– ในช่วงฤดูหนาวจะสามารถ เก็บได้ทุกๆ 2-3 วัน ถ้าเป็นช่วงฤดูอื่นๆสามารถเก็บได้วันละ 2 ครั้ง

การเก็บยอดผักชะอม 
การเก็บผักชะอมเพื่อให้ยอดสวย สามารถเก็บได้ทุกเวลาโดยเก็บยอดที่ยาว 6-10 เซนติเมตร การเก็บทุกๆ 3 กำมือต้องนำมามัดแล้วจุ่มแช่ในถังน้ำ 3 นาที จากนั้นนำผ้าสีเข้มชุบน้ำพอเปียก ปูในตระกร้า แล้วนำผักชะอมที่แช่น้ำใส่ในผ้า นำชายผ้าคลุมยอดผักชะอมให้อยู่ในตระกร้าเป็นการรักษายอดให้ใหม่สดเสมอ และป้องกันกลิ่นฉุน จากนั้นอย่าพรมน้ำอีกเพราะถ้าพรมน้ำอีกกลิ่นมันจะแรงมากๆไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

Facebook Comments

1 ความคิดเห็น


  1. Fatal error: Uncaught Error: Call to undefined function ereg() in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/functions.php:247 Stack trace: #0 /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/functions.php(218): commenter_link() #1 /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-includes/class-walker-comment.php(179): colabs_list_comments(Object(WP_Comment), Array, 1) #2 /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-includes/class-wp-walker.php(144): Walker_Comment->start_el('', Object(WP_Comment), 1, Array) #3 /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-includes/class-walker-comment.php(139): Walker->display_element(Object(WP_Comment), Array, 2, 0, Array, '') #4 /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-includes/class-wp-walker.php(387): Walker_Comment->display_element(Object(WP_Comment), Array, 2, 0, Array, '') #5 /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-includes/comment-template.php(2182): Walker->paged_walk(Ar in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/functions.php on line 247