Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/includes/DDtemplate-core/extensions/customizer/extension_customizer.php on line 273

Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/includes/DDtemplate-core/extensions/customizer/extension_customizer.php on line 286

Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/includes/DDtemplate-core/extensions/customizer/extension_customizer.php on line 312

Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/includes/DDtemplate-core/extensions/customizer/extension_customizer.php on line 324

Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/includes/DDtemplate-core/extensions/customizer/extension_customizer.php on line 343
สูตรปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพในนาข้าวไร้สารเคมี - ศูนย์รวมความรู้การเกษตร 2017 ชุมชนคนทำเกษตร : ศูนย์รวมความรู้การเกษตร 2017 ชุมชนคนทำเกษตร

สูตรปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพในนาข้าวไร้สารเคมี

รวมสูตรปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพใช้กับนาข้าวไร้สารเคมี

ในพื้นที่นาข้าว 1 ไร่ ใส่ปุ๋ยชีวภาพ (ปุ๋ยแห้ง) 200 ก.ก. โดยแบ่งใส่เป็นระยะดังนี้
– ไถ่พรวน หว่านปุ๋ยชีวภาพ 100 ก.ก. (ต่อ 1 ไร่) ให้ทั่ว จากนั้นนำน้ำหมักชีวภาพที่ได้จากน้ำหมักพืช 2 แก้ว กากน้ำตาล 2 แก้ว ในน้ำ 200 ลิตร (1 ถังแดง) ต่อพื้นที่ 1 ไร่ ฉีดพ่นให้ทั่วแล้วไถพรวน ทิ้งไว้ 15 วัน เพื่อให้จุลินทรีย์ในน้ำหมักพืชทำการย่อยสลายวัชพืชและเร่งการงอกของเมล็ดข้าว เมื่อไถพรวนแล้ว 15 วัน ให้ฉีดพ่นน้ำผสมน้ำหมักพืช และกากน้ำตาล ในอัตราส่วนเท่าเดิมอีกครั้งหนึ่ง แล้วไถกลบเพื่อทำลายวัชพืชให้เป็นปุ๋ยพืชสด ทิ้งไว้อีก 15 วัน แล้วจึงไถคราดเพื่อดำนาต่อไป

– ไถคราด พ่นน้ำหมักพืชผสมกากน้ำตาลและน้ำ อัตราส่วนเท่าเดิมอีกครั้งหนึ่ง ก่อนไถคราดให้ทั่วเพื่อเตรียมปักดำ
– หลังปักดำ 7-15 วัน ให้หว่านปุ๋ยชีวภาพ 30 ก.ก. ต่อไร่ ฉีดพ่นด้วยน้ำผสมน้ำหมักพืชในอัตราส่วนน้ำ 1 ถังแดงต่อน้ำหมักพืช และกากน้ำตาลอย่างละ 1 แก้ว
– ข้าวอายุ 1 เดือน หว่านปุ๋ยชีวภาพ 30 ก.ก. ต่อไร่ ฉีดพ่นด้วยน้ำผสมน้ำหมักพืชในอัตราส่วนน้ำ 1 ถังแดงต่อน้ำหมักพืช และกากน้ำตาลอย่างละ 1 แก้ว
– ก่อนข้าวตั้งท้องเล็กน้อย หว่านปุ๋ยชีวภาพ 40 ก.ก. ต่อไร่ ฉีดพ่นด้วยน้ำผสมน้ำหมักพืชและกากน้ำตาล อย่างละ 1 แก้ว
– การป้องกันศัตรู ใช้หัวเชื้อยาขับไล่แมลงผสมกับน้ำฉีดพ่นทุก 15 วัน โดยฉีดพ่นในช่วงเช้ามืดหรือช่วงเย็น หรือถ้ามีต้องการป้องกันกำจัดหอยเชอรี่ ให้เตรียมจากส่วนผสมของยาฉุน 2 – 3 ก.ก. + หนอนตายยาก 1 ก.ก. + น้ำสมสายชู 1 ลิตร + หล้าขาว 1 ขวด + กากน้ำตาล 1 ขวด หมักทิ้งไว้ประมาณ 2 – 3 วัน แล้วฉีดพ่นในแปลงนาระยะปล่อยน้ำเข้า ช่วงเตรียมดินในอัตราส่วน 40 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร

หมายเหตุ : ต่อพื้นที่ 1 ไร่ จะใช้ปุ๋ยชีวภาพเฉลี่ย 200 ก.ก. ในปีแรกที่ใช้ปุ๋ยชีวภาพอาจต้องใช้ปุ๋ยปริมาณมาก แต่เมื่อดินคืนสภาพสู่ความอุดมสมบูรณ์ดีแล้วปีต่อๆ ไป จะสามารถใช้ปุ๋ยในปริมาณน้อยลงเรื่อยๆ ส่วนปริมาณผลผลิตในปีแรกอาจจะไม่เพิ่มกว่าปกติ แต่ในช่วงปีต่อไปๆ ไปปริมาณ ผลผลิตสูงขึ้นเรื่อย ทำให้ได้ประโยชน์ทั้งการลดต้นทุนค่าปุ๋ย และเพิ่มปริมาณผลผลิต

4 สูตรน้ำหมักชีวภาพยอดนิยม
วัสดุอุปกรณ์
1. ถังน้ำหมักที่มีฝาปิดสนิท ควรเป็นถังพลาสติก หรือกระเบื้องเคลือบ ไม่ควรใช้ถังประเภทโลหะหรือปูนซิเมต์เพราะน้ำหมักจะเข้าไปกัดกร่อนภาชนะ
2. น้ำตาล สามารถใช้น้ำตาลได้ทุกชนิด อาทิ น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายแดง กากน้ำตาล ฯลฯ โดยเฉพาะกากน้ำตาล ซึ่งมีราคาถูกกว่าน้ำตาลชนิดอื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนที่เหลือจากอุตสาหกรรมน้ำตาล นอกจากนี้อาจใช้พืชจำพวกอ้อยได้เช่นกัน
3. ส่วนผสมกับน้ำตาล
– เศษซากพืชสด อาทิ พืชอวบน้ำอวบน้ำ ผัก ผลไม้ทั้งแก่และอ่อน รวมทั้งเปลือกผลไม้ ฯลฯ
– เศษซากสัตว์สด อาทิ หอยเชอรี่ ปลา ปู ฯลฯ
– พืชสุมนไพรเพิ่มประสิทธิภาพ อาทิ สะเดา ไหลแดง หนอนตายอยาก ตะไคร้หอม ฯลฯ
โดยทั่วไปส่วนผสมของการผลิตน้ำหมักชีวภาพ ถ้าใช้สูตรที่เป็นเป็นเศษซากพืช จะใช้ส่วนผสมระหว่างเศษซากพืชสดกับกากน้ำตาล อัตราส่วน 3 : 1
แต่หากเป็นเศษซากสัตว์ จะใช้อัตราส่วนระหว่างเศษซากสัตว์กับกากน้ำตาล อัตราส่วน 1 : 1

สูตรที่ 1 สำหรับพืชกินใบ
 วัสดุประกอบด้วย
1) พืชสด และ 2) กากน้ำตาล อัตราส่วน 3 : 1
วิธีทำ
 ใช้พืชที่มีลักษณะสด ใหม่ สมบูรณ์ อวบน้ำ โตเร็ว ไม่มีโรค (เน่า) ทุกส่วนๆ ละไม่มากนัก จากพืชหลายๆ ชนิด ทั้งพืชที่กินได้และวัชพืช
นำมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ หรือบดละเอียดให้ได้ปริมาณ 3 ก.ก. แล้วบรรจุเศษพืชที่ได้ลงในภาชนะ และเติมกากน้ำตาลลงไป 1 ลิตร คนหรือเขย่าให้เข้ากัน
ให้เศษพืชจมอยู่ในกากน้ำตาลตลอดเวลา ปิดฝาภาชนะ เก็บไว้ในที่มืด อุณหภูมิห้องนาน 7 วัน สามารถนำไปใช้ได้
 การปฏิบัติระหว่างการหมัก เขย่าภาชนะที่หมักพร้อมกับเปิดฝา วันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น เมื่อครบ 7 วัน ให้ดมกลิ่น ถ้าหอมหวานแสดงว่า “ดี”
สามารถนำไปได้ ถ้าบูดเปรี้ยวแสดงว่า “ไม่ดี” ให้แก้ไขด้วยการเติมกากน้ำตาล หรือของที่ใส่ครั้งแรกแล้วหมักต่ออีก 3 วัน ถ้ามีกลิ่นหอมหวานก็แสดงว่า “ดี” ถ้ามีกลิ่นบูดเปรี้ยวอีกให้เติมน้ำตาลอีกแล้วหมักต่อไปจนกว่าจะมีกลิ่นหอมหวาน เมื่อได้น้ำหมักที่ดีแล้วให้เก็บไว้ในที่มืดภายใต้อุณหภูมิห้อง
เก็บได้นาน 6 เดือน – 1 ปี ระหว่างเก็บหากมีกลิ่นบูดเปรี้ยวให้เติมกากน้ำตาลลงไป
 อัตราและวิธีการใช้น้ำหมักชีวภาพ
1) พืชผักสวนครัว พืชไร่ ไม้ผลยืนต้น ให้ทางใบ อัตราส่วน 15-20 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ทุกๆ 5-7 วัน ควบคู่กับให้ทางราก 30-50 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ทุกๆ 15-20 วัน
2) เตรียมดินแปลกปลูก หรือหลุมปลูกไม้ผล อัตราส่วน 30-50 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก
3) ใช้แทนสารเร่งปุ๋ยหมัก อัตราส่วน 75-100 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร พรมลงบนวัสดุทำปุ๋ยหมัก
4) กำจัดน้ำเสียโดย อัตราส่วน 75-100 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ราดให้ทั่วบริเวณน้ำเสียหรือในคอกปศุสัตว์
5) เพิ่มเปอร์เซ็นต์ความงอกของเมล็ดพันธุ์ อัตราส่วน 15-20 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร แช่เมล็ดพันธุ์พอท่วมก่อนเพราะเป็นเวลา 12 ชั่วโมง
 การต่อเชื้อน้ำหมักชีวภาพ ใช้หัวเชื้อน้ำหมักชีวภาพ 1 ส่วน กากน้ำตาล 1 ส่วน น้ำสะอาด 10 ส่วน ผสมให้เข้ากันดี ปิดฝาภาชนะเก็บไว้ในที่มืด ภายใต้อุณหภูมิห้อง นาน 3 วัน ตรวจสอบกลิ่นตามครั้งแรก
 เคล็ดลับ เรื่องน้ำหมักชีวภาพ หลังการหมัก 3 วันแรก เปิดฝาออกดูถ้ามีแก๊สพุ่งออกมาแสดงว่า มีส่วนผสมดีพยายามเปิดฝาระบายแก๊สบ่อยๆ ถ้าไม่เปิดภาชนะที่หมักอาจระเบิดได้ กรณีถ้าไม่มีกากน้ำตาลสามารถใช้น้ำตาลทรายแดงได้ โดยเพิ่มปริมาณน้ำตาลแดงเป็น 1 ส่วน : เศษพืช 1 ส่วน การใช้น้ำหมักชีวภาพทางราก ควรใช้ควบคู่ไปกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเสมอ โดยการใส่ปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก 6 เดือน/ครั้ง
สูตร 1 เหมาะสำหรับพืชกินใบ ตัวอย่างพืชสดสูตร 1 ผักบุ้ง กวางตุ้ง ผักขม ผักเสี้ยน หน่อไม้ฝรั่ง ยอดชะอม ยอดกระถิน ยอดมันเทศยอดมะม่วง ยอดมะยม ผักตำลึงและผล เถาขี้กาและผล เงาะป่าและผล ใบยอและผล ฯลฯ
สูตรที่ 2 สำหรับพืชผักกินดอกผล
 วัสดุประกอบด้วย
1) ผลไม้สุก (ฟักทองแก่, มะละกอทั้งเนื้อและเมล็ด กล้วยน้ำว้า บวบเหลี่ยม มะเขือเทศ) 2) พืชสด (ช่วงใบแก่อ้วนเอาทั้งปลายยอดและปลายราก) และ 3) กากน้ำตาล อัตราส่วน 2 : 1 : 1
วิธีทำและการปฏิบัติ
กระทำเช่นเดียวกับสูตรที่ 1 แต่ให้ได้ตามอัตราส่วนที่กำหนด
อัตราและวิธีการใช้
1) สูตร 2 เหมาะสำหรับพืชผักที่ใช้กินดอกผล เช่น กะหล่ำดอก แตงโม แตงกวา แตงเทศ แคนตาลูป ถั่วฝักยาว ถั่วแปบ ถั่วพี ถั่วเหลือง มะรุม น้ำเต้า กุ๋ยช่าย บวบต่างๆ มะเขือต่างๆ ฟักทอง ฟักเขียว พริกต่างๆ
2) ใช้อัตราส่วน 0.5 – 20 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบทุก 5 – 7 วันต่อครั้ง
3) ใช้อัตราส่วน 30 – 50 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ราดทางดินสลับการฉีดทางใบ 5 – 7 วันต่อครั้ง จะทำให้ดินร่วนซุย
4) สูตร 2 นี้ ใช้จนถึงระยะออกดอกติดผลก็ได้
 สูตร 2 เหมาะสำหรับพืชผักกินดอก กินผล ตัวอย่างผลไม้สุก สูตร 2 สับปะรด แตงโม กล้วย ละมุด มะเขือเทศ บวบ ขนุน มะม่วง ฝรั่ง มะละกอดิบและสุก มะระดิบและสุก มะเฟือง มะกรูดผ่าซีก ฯลฯ
สูตรที่ 3 สำหรับพืชผัก ผลไม้ พืชไร่ นาข้าว
วัสดุ
ประกอบด้วย 1) พืชสด (สูตร 1) 2) พืชสดและผลไม้สุก (สูตร 2) 3) ปลาเป็นๆ หอยเชอรี่ ไข่หอยเชอรี่ กระดูกป่น 4) ตัวเสริม (ขี้เด็กทารก ขี้ไก่ค้างคอน ขี้นกปากห่าง ขี้เป็ดกินหอย ยาคูลท์ โยเกิร์ต กระทิงแดง ระลำเอียด) และ 5) กากน้ำตาล ผสมในอัตราส่วน 1 : 1 : 1 : เล็กน้อย : พอท่วม
วิธีทำ
เตรียมวัสดุในการทำนำหมักสูตร 1 และ สูตร 2 ตามอัตราส่วนที่กำหนด นำปลาสด (ทั้งตัว) หอยเชอรี่ ไข่หอยเชอรี่ มาบด โขลก สับให้ละเอียด เพื่อง่ายในการย่อยสลาย บรรจุเศษพืช เศษปลา เศษหอยที่บด โขลก สับละเอียดแล้วลงภาชนะ (ควรเป็นโอ่งหรือภาชนะพลาสติกไม่แนะนำให้ใช้โลหะ) แล้วเติมกากน้ำตาลลงไป คลุกเคล้าพอคลุกคลิก เติมนำมะพร้าวอ่อน คลุกเคล้าลงไปอีกเพื่อให้มีน้ำมากขึ้นพอท่วมเศษวัสดุ คนหรือเขย่าให้เข้ากัน ให้เศษพืชจม อยู่ในกากน้ำตาลตลอดเวลา ปิดฝาภาชนะเก็บไว้ที่มืดอุณหภูมิห้องนาน 7 วัน ก็สามารถนำไปใช้ได้
การปฏิบัติต่อปุ๋ยน้ำชีวภาพระหว่างการหมัก ปฏิบัติตามสูตร 2 จนถึงขั้นตอนสุดท้าย
สูตรที่ 4 สำหรับไม้ผล
วัสดุ/อัตราส่วน ประกอบด้วย
1) พืชสด 5 ส่วน 2) ผลไม้ผล 1 ส่วน 3) ผลไม้สุก 1 ส่วน 4) ปลาน้ำจืด 1 ส่วน 5) ไข่หอยเชอรี่ 1 ส่วน และ 6) เหง้ากล้วย 1 ส่วน
วิธีทำ
 เติมกากน้ำตาลพอท่วม เติมขี้ไก่ค้างคอน 2 ส่วน เติมน้ำมะพร้าวอ่อน/รำละเอียด/อุจจาระเด็กทารกในปริมาณเล็กน้อย โดยห้ามนำไปฉีดผัก เพราะจะทำให้ผักกระด้าง

 
 
ปุ๋ยขึ้หมู ใช้ในนาข้าว
ในมูลสุกร โดยเฉพาะสุกรขุน มีปริมาณธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับข้าวในปริมาณที่สูง เมื่อเปรียบเทียบกับมูลโคหรือมูลกระบือ และในมูลไก่เนื้อและไก่ไข่ก็มีปริมาณธาตุอาหารมากเช่นกัน เกษตรกรหลายท่าน ใช้มูลสุกรหมักทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมีทั้งหมด ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายปุ๋ยเคมีลงได้มาก และผลผลิตข้าวก็ไม่ได้ลดลงเลยและบางท่านกล่าวไว้ว่า “ผลผลิตมากขึ้น” นอกจากการใช้ปุ่ยหมักแบบน้ำฉีดพ่นหรือราดใส่ในนาข้าว เกษตรกรยังสามารถใช้ มูลสัตว์ต่างๆ ใส่ลงในแปลงนาโดยตรงได้ 
 
นอกจากจะให้ธาตุอาหารที่ข้าวต้องการแล้ว ยังช่วยปรับปรุงบำรุงดินอีกด้วย รศ.อุทัย คันโธ และ อ.สุกัญญา จัตตุพรพงษ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยสถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจ วิทยาเขตกำแพงแสน นครปฐม ได้ศึกษาทดลองสกัดปุ๋ยจากมูลสุกร พบว่ามีธาตุอาหารพืช ทั้ง 13 ธาตุ เหมาะกับการปลูกพืช (ได้แก่ N, P, K, Ca, Mg, S, Fe, Mn, Cu, Zn, B, Mo และ Cl) มีฮอร์โมนพืชช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช และน้ำสกัดมูลสุกรจะไปควบคุมจุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อโรคกับต้นพืชด้วย ทำให้ต้นพืชแข็งแรง ได้มีการ
 
ทดสอบใช้น้ำสกัดมูลสุกรในข้าว พบว่า ต้นข้าวแข็งแรง ไม่มีโรคแมลงรบกวน ไม่ต้องฉีดพ่นยาฆ่าแมลงใดๆ เมล็ดข้าวมีคุณภาพดีมาก เมล็ดเต็ม น้ำหนักดี สีข้าวแล้วได้ข้าวสารมาก ปลายข้าวน้อย ในระหว่างทดลอง ฝนทิ้งช่วงและอากาศแห้งแล้งกว่า 2 เดือน แต่ผลผลิตได้มากกว่าเดิม โดยนาข้าวที่ใช้ปุ๋ยน้ำสกัดเพิ่มผลผลิตมากกว่าแปลงใช้ปุ๋ยเคมี 166.6 กก.ต่อไร่ คิดเป็นผลผลิตเพิ่ม 69% ลดต้นทุนการผลิตได้ 1,360 บาทต่อข้าว 1 ตัน (ลดลง 37.06%) และการปลูกข้าวโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์มูลสุกรจะให้ผลผลิตสูงกว่าใช้ปุ๋ยเคมี โดยได้ผลผลิตเฉลี่ยถึง 1-1.3 ตันต่อไร่ เมล็ดมีน้ำหนักดีกว่าเดิม ขณะที่ต้นทุนการปลูกข้าวจะลดลงถึงไร่ละ 2,000-3,000 บาท
สูตรหมักน้ำมูลสุกรสำหรับใส่นาข้าว
สูตรที่ 1
มูลสุกรแห้ง 5 ก.ก. (สุกรขุน) หุ้มด้วยตาข่ายไนลอน แช่ในถังน้ำสะอาดประมาณ 10 ลิตร ทิ้งไว้ 1 คืน น้ำมูลสุกรที่ได้ 1 ส่วน ผสมน้ำสะอาด 20 ส่วน ฉีดพ่นข้าวระยะเจริญเติบโต แตกกอ จนถึงสร้างรวง ควรฉีดพ่นช่วงเช้า-เย็น ทุกๆ 7-10 วัน หรือเกษตรกรใช้น้ำหมักมูลสุกร เทใส่ในนาข้าว
สูตรที่ 2 
มูลสุกร 10 ก.ก. + กากน้ำตาล 1 ก.ก. คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้ว นำมาใส่ในถังพลาสติก (ถัง 50 ลิตร) เติมน้ำสะอาด 15 ลิตร หมักประมาณ 30 วัน น้ำหมักที่ได้ นำมาใช้เช่นเดียวกับสูตรแรก และมีการหมักสูตรอื่นๆ ได้อีก เช่น ใช้สารเร่ง พด.เพื่อช่วยในการหมัก ซึ่ง เกษตรกรที่ทำอย่างจริงจัง สามารถใช้ทดแทนและลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้
 
แต่ทั้งนี้การใช้มูลสุกรในปริมาณที่มากเกินไป เช่น แปลงนาที่ติดกับฟาร์มหรือคอกหมู ข้าวก็จะได้รับไนโตรเจนเกินความจำเป็น ข้าวเจริญเติบโตทางใบ (เฝือใบ) แทนที่จะได้รวงกลับทำให้ผลผลิตลดลงได้เช่นกัน
 

น้ำหมักสูตรบำรุงข้าวหลังปักดำเร่งการแตกกอ
วัตถุดิบ ประกอบด้วย
1.หน่อกล้วย 3 กิโลกรัม
2.หน่อไม้ 3 กิโลกรัม
3.ผักบุ้ง 3 กิโลกรัม
4.สารเร่ง พด.2 จำนวน 1 ซอง
5.กากน้ำตาล 3 ลิตร
หน่อกล้วยและหน่อไม้ที่ใช้ในการทำน้ำหมัก ให้ขุดเอาหน่อพร้อมกับดินติดหน่อมาด้วย โดยให้ขุดหน่อกล้วยและหน่อไม้ในช่วงเช้าตรู่ตอนที่ยังไม่มีแสงแดด ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศบริสุทธิ์จะทำให้ได้จุลินทรีย์ที่อยู่ในดินติดกับหน่อกล้วยและหน่อไม้มาด้วย ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อการทำน้ำหมักชีวภาพ
วิธีทำ 
1.นำเอาหน่อกล้วย หน่อไม้ ที่ขุดมาพร้อมกับดินที่ติดอยู่กับหน่อ และผักบุ้ง นำมาสับเป็นชิ้นๆ ใส่ในถังหมัก
2.นำเอาสารเร่ง พด.2 ละลายน้ำใส่ลงไปในถังหมัก เติมกากน้ำตาลลงในถังหมัก และเติมน้ำพอท่วมวัตถุดิบ
3.ปิดฝาถังหมักทิ้งไว้ในร่ม 7-15 วัน ในช่วงระยะเวลาการหมักให้เปิดฝาถังหมักทุกวันในตอนเช้า เพื่อทำการพลิก หรือกลับด้านของวัตถุดิบที่หมักอยู่ในถังหมัก
4.เมื่อครบกำหนดการหมัก ให้กรองเอาน้ำหมักมาใช้ประโยชน์ได้

** น้ำหมักที่ได้จะเป็นหัวเชื้อเข้มข้น เราสามารถขยายหัวเชื้อเพื่อให้ได้น้ำหมักจำนวนเพิ่มมากขึ้นได้โดยการนำเอาน้ำหมักเข้มข้น 1 ลิตรผสมกับน้ำเปล่า 200 ลิตร แต่ต้องใช้ให้หมดภายในเวลา 7 วัน เพราะถ้าเกิน 7 วันน้ำหมักที่ขยายแล้วจะเสื่อมสภาพ
การนำไปใช้ประโยชน์ 
อัตราการใช้ น้ำหมักเข้มข้น 1 ช้อนแกง (ประมาณ 10 ซีซี) ผสมน้ำ 10 ลิตร ใช้ฉีดพ่นให้ทั่วแปลงนาในช่วงเช้า ฉีดพ่นอย่างต่อเนื่อง 5-7 วัน/ครั้ง ช่วยบำรุงต้นข้าวหลังการปักดำและช่วยเร่งให้ข้าวแตกกอดี

สูตรน้ำหมักบำรุงนาข้าว ช่วยให้นาข้าวดินนวล รากข้าวกินอาหารได้เร็ว
สูตรเร่งโตเร่งยาวข้าวร่วงใหญ่
1.ยูเรียน้ำ 1 แก้ว
2.น้ำหมักแกนกล้วย 1 แก้ว
3.จุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 แก้ว
4.ฮอร์โมนไข่สำหรับพืช 1 แก้ว
5.น้ำหมักหอยเชอรี่-ปลา 1 แก้ว
6.น้ำฝาถัง(น้ำใต้ฝาถังน้ำหมักต่างๆ) 1 ช้อน
วัตถุดิบที่ใช้
1.ขี้ปลา หัวปลา จำนวน 10 กิโลกรัม
2.EM จำนวน 1 ลิตร
3.กากน้ำตาล จำนวน 5 ลิตร
4.น้ำเปล่า จำนวน 20 ลิตร
5.ถังสำหรับหมัก
วิธีการทำ 
นำส่วนผสมทั้งหมดมาใส่ลงในถังหมัก หมักนาน 2 เดือน ก็สามารถนำน้ำหมักมาใช้งานได้เลย
การนำไปใช้ 
เมื่อเกษตรกรดำนา หรือหว่านข้าวไปแล้วประมาณ 10 วัน ก็ให้นำน้ำหมัก 1 ลิตร/นาข้าว 1 ไร่ มาวางตรงทางน้ำแล้วเปิดน้ำไหลเข้านา เพื่อให้ช่วยกระจายน้ำหมักไปทั่วนา แต่ต้องดูระดับน้ำในนาด้วย ควรให้ระดับน้ำสูงประมาณ 10 เซนติเมตร เพื่อการทำงานของน้ำหมักอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้น้ำหมักอีกครั้งช่วงข้าวตั้งท้อง จะช่วยให้ข้าวมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นช่วยบำรุงดินในนาข้าว ให้นาข้าวมีลักษณะดินนวล รากข้าวกินอาหารได้เร็วขึ้น และได้รับการยืนยันจากคุณเสวตว่า ก่อนที่จะใช้น้ำหมักสูตรนี้ผลผลิตของข้าวจะอยู่ที่ 50 ถัง/ไร่ เมื่อใช้น้ำหมักสูตรนี้จะได้ผลผลิตอยู่ที่ 70 ถัง/ไร่ ถือว่าประสบความสำเร็จในการใช้น้ำหมักสูตรนี้เป็นอย่างมาก ลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยต่างๆได้เป็นอย่างดี
วิธีการทำ 
-นำน้ำหมักทุกอย่างมารวมกัน ผสมน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นในช่วงเช้า
การนำไปใช้
-ใช้ฉีดพ่นต้นข้าวเพื่อบำรุงต้นข้าวในระยะต่างๆดังนี้ ครั้งที่ 1 ช่วงข้าวตั้งท้อง / ครั้งที่ 2 ช่วงข้าวเริ่มออกรวง / ครั้งที่ 3 ช่วงข้าวน้ำนม ซึ่งในแต่ละครั้งทำการฉีดพ่นให้ทั่วแปลงนาข้าว โดยเฉพาะรวงข้าว

สูตรปุ๋ยยูเรียน้ำ มีวัตถุดิบที่ต้องเตรียมดังนี้ 
1.ถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม
2.สับปะรดทั้งเปลือก 2 กิโลกรัม
3.กากน้ำตาล 3 กิโลกรัม
4.จุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ลิตร
5.น้ำซาวข้าว 10 ลิตร
วิธีทำการ 
– นำถั่วเหลืองลงในถังหมัก
– นำสับปะรดมาสับเป็นชิ้นเล็กๆเอาทั้งเปลือกก่อนลงถังหมัก
– จากนั้นเอากากน้ำตาล จุลินทรีย์ น้ำซาวข้าวที่เตรียมไว้ผสมลงในถังหมักคนให้เข้ากัน
– หมักทิ้งไว้ 14 วัน กรองเอาแต่น้ำก็จะได้ปุ๋ยยูเรียน้ำที่ต้องการ
—————————————————–
น้ำหมักแกนกล้วยหรือฮอร์โมนเร่งยาว มีวัตถุดิบที่ต้องเตรียมดังนี้
-แกนกล้วย(หลังตัดเครือแล้ว)3 กิโลกรัม
-กากน้ำตาล1 กิโลกรัม
วิธีการทำ 
-นำแกนกล้วยที่ได้มา หั่น,สับ,ตำให้ละเอียดก่อนที่จะนำลงถังหมัก
-เทกากน้ำตาลลงผสมในถังหมักคนให้เข้ากัน หมักไว้14วัน กรองเอาน้ำมาใช้ได้
ประโยชน์ 
-ช่วยเร่งให้ข้าวรวงยาวเมล็ดใหญ่ขึ้นโดยเฉพาะฮอร์โมนที่ได้จากน้ำหมักแกนกล้วยที่จะเป็นตัวช่วยให้ข้าวรวงใหญ่ยาวเหมือนเครือกล้วย
– ช่วยเพิ่มผลผลิตมากกว่าเดิม 300 – 500 กก./ไร่
– ลดต้นทุนปุ๋ยยาฮอร์โมนที่มีราคาแพง
– เกษตรกรผลิตเองได้ ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
– ผู้บริโภคได้ทานข้าวที่ปลอดภัยไร้สารเคมีเหมาะสำหรับเกษตรอินทรีย์

วิธีทำสารขับไล่แมลง 
ส่วนผสม : นำน้ำหมักพืช กากน้ำตาล เหล้าขาว น้ำส้มสายชู อย่างละ 1 ขวด (ขวดกลม) และน้ำสะอาด 10 ขวด
วิธีทำ : ผสมส่วนผสมให้เข้ากันแล้วหมักทิ้งไว้ 15 วัน (ควรมีฝาปิดมิดชิด) ระหว่างการหมัก (ช่วง 15 วันแรก) ให้เปิดฝาคนทุกวันเช้า – เย็น เพื่อไม่ให้เป็นตะกอนนอนก้นและเพื่อระบายแก๊สออกครบกำหนดให้นำไปใช้ได้ หัวเชื้อนี้สามารถเก็บได้นาน 3 เดือน โดยไม่ต้องเปิดฝาระบายแก๊สเป็นครั้งคราว
การใช้ประโยชน์ : นำหัวเชื้อยาขับไล่แมลงนี้ไปผสมกับน้ำในอัตราส่วน 5 ช้อนแกง กากน้ำตาล 5 ช้อนแกงผสมกับน้ำ 10 ลิตร จากนั้นนำส่วนผสมไปฉีดพ่นต้นไม้สัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง หรือตามความจำเป็น (ใช้บ่อยๆ ได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อพืชและคน) โดยฉีดพ่นในช่วงเย็น สำหรับพืชที่กำลังแตกใบอ่อนให้ใช้ในอัตราส่วนที่เจือจางลงโดยหัวเชื้อที่ผสมน้ำแล้วหากใช้ร่วมกับพืชสมุนไพรต่างๆ เช่น สะเดา ข่า ตระไคร้หอม ยาสูบโดยนำหัวเชื้อยาขับไล่แมลงใส่เพิ่มลงไปอีก 5 ช้อนแกง (ต่อน้ำ 10 ลิตร) จะทำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
 สูตรเข้มข้น 
วิธีทำ : ใช้ส่วนผสมและวิธีทำเหมือนสูตรธรรมดา แต่เพิ่มปริมาณเหล้าขาวเป็น 2 ขวด
การใช้ประโยชน์ : ใช้ฉีดพ่นปราบหนอน และแมลงศัตรูพืชที่ปราบยาก เช่น หนอนกอกลม หนอนชอนใบ ฯลฯ โดยใช้สัดส่วนหัวเชื้อสูตรเข้มข้น 1 แก้ว ต่อน้ำ 200 ลิตร (1 ถังแดง) หรือมากน้อยกว่านี้แล้วแต่ความเหมาะสม หรือใช้กำจัดเหาในศีรษะคน โดยเอาน้ำราดผมให้เปียกแล้วชะโลมด้วยหัวเชื้อสูตรเข้มข้นผสมน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 50 หมักไว้ 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด หรือใช้กำจัดเห็บ หมัดในสัตว์เลี้ยง

การดักจับหอยเชอรี่ในนาข้าวด้วยมะละกอ

นิสัยของหอยเชอรี่นั้นชอบกลิ่นยางของมะละกอมาก เมื่อนำใบและลูกมะละกอมาวางไว้ในแปลงนา ใช้เวลาเพียงแค่ 20-30 นาทีเท่านั้น หอยเชอรี่ก็จะมาเกาะที่ลูกและก้านมะละกอเป็นจำนวนมาก ทำให้สามารถเก็บหอยเชอรี่เหล่านั้นมาทำประโยชน์ได้ไม่ยาก
วิธีป้องกันกำจัดหอยเชอรี่ โดยใช้ส่วนผสมของยาฉุน 2 – 3 ก.ก. + หนอนตายยาก 1 ก.ก. + น้ำส้มสายชู 1 ลิตร + เหล้าขาว 1 ขวด + กากน้ำตาล 1 ขวด หมักทิ้งไว้ 2 – 3 วัน แล้วฉีดพ่นในแปลงนาระยะปล่อยน้ำเข้านาช่วงเตรียมดิน ในอัตราส่วน 40 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร


อ้างอิงข้อมูลจากรักบ้านเกิดคอดคอม
Facebook Comments

ร่วมแสดงความคิดเห็น