Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/includes/DDtemplate-core/extensions/customizer/extension_customizer.php on line 273

Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/includes/DDtemplate-core/extensions/customizer/extension_customizer.php on line 286

Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/includes/DDtemplate-core/extensions/customizer/extension_customizer.php on line 312

Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/includes/DDtemplate-core/extensions/customizer/extension_customizer.php on line 324

Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/includes/DDtemplate-core/extensions/customizer/extension_customizer.php on line 343
วิธีเลี้ยงปลาช่อนในกระชัง - ศูนย์รวมความรู้การเกษตร 2017 ชุมชนคนทำเกษตร : ศูนย์รวมความรู้การเกษตร 2017 ชุมชนคนทำเกษตร

วิธีเลี้ยงปลาช่อนในกระชัง

การเลี้ยงปลาช่อนนั้นเกษตรกรควรเลี้ยงสลับกับปลาชนิดอื่น เช่น ปลานิล สลับกันไปมาเพื่อเป็นการตัดวงจรการเกิดโรคปลาช่อน ข้อดีเลี้ยงปลาในกระชัง หลายคนอาจสงสัย เลี้ยงในบ่อดิน ทำไมต้องมาเสียเงินทำกระชัง ข้อดีคือ เลี้ยงในกระชังถึงเวลาจับขายทำได้ง่าย ไม่ต้องเปลืองค่าแรง ค่าน้ำมันสูบน้ำจับปลา ข้อดีอีกอย่าง เลี้ยงในกระชัง ปลาอยู่ในวงจำกัด การใช้อาหาร วิตามินเสริม ปลาได้กินทั่วถึง ไม่ต้องเหวี่ยงกระจายไปทั่วบ่อ…อัตราสูญเปล่าแทบไม่มี และในบ่อเราสามารถเลี้ยงปลาอื่นๆร่วมด้วยเช่น ปลานิล ปลาตะเพียน ปลาดุก ปลาหมอ เลี้ยงหอย เลี้ยงกุ้ง

การเตรียมบ่อ

  1. บ่อใหม่  หมายถึง  บ่อดินที่ชุดใหม่จึงไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องโรคปลา  แต่การคำนึงความเป็นกรดเป็นด่างและความอุดมสมบูรณ์ของดิน  ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพแต่ละพื้นที่ของดิน  ดังนั้นบ่อใหม่ควรพิจารณากระทำสิ่งต่อไปนี้
    1.1  ต้องมีการวัด  pH  และปรับ pH  ของน้ำให้อยู่ในช่วง 6.5 – 8.5  ซึ่งดินโดยทั่วไปจะใส่ปูนขาวประมาณ  100 – 150  กก./ไร่
    1.2  ใส่ปุ๋ยคอกเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินอัตราที่ควรใส่  คือ  200 – 250  กก./ไร่  หรือมากกว่านั้น
    1.3  สูบน้ำใส่บ่อ  ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ  1 – 2  สัปดาห์  เพื่อให้เกิดอาหารธรรมชาติอย่างสมบูรณ์และปรับสภาพให้เหมาะสมแก่การเลี้ยงปลา  หรืออาจนำพันธุ์ไรแดงมาปล่อยเพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณอาหารธรรมชาติ
    1.4  การปล่อยลูกปลาควรปล่อยในตอนเช้า  เพราะอากาศและน้ำมีอุณหภูมิต่ำทำให้ปลาไม่ช๊อคในขณะปล่อยควรจะนำถุงบรรจุปลาแช่น้ำทิ้งไว้  10 – 20  นาที  หรือค่อย ๆ เติมน้ำเข้าไปในถุงเพื่อให้อุณหภูมิใกล้เคียงกันแล้วจงเทลูกปลาลงบ่อ
  2.  บ่อเก่า  เป็นบ่อซึ่งผ่านการเลี้ยงมาแล้วก่อนปล่อยลูกปลาลงย่อ  ควรปฏิบัติดังนี้   ระบายน้ำออกและจับปลาที่ยังคงเหลืออยู่ออกให้หมด
    2.2 ลอกเลนพร้อมกำจัดวัชพืชออกให้หมด  เพราะเป็นที่อยู่ของศัตรูปลาเลนจะเป็นที่หมักหมมของอินทรีย์วัตถุและโรคปลา  และตกแต่งบริเวณคันบ่อที่ไม่สมบูรณ์ให้สมบูรณ์
    2.3  ควรตากบ่อทิ้งไว้ประมาณ 5 – 10 วัน  แสงแดดจะช่วยฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ที่สะสมอยู่ในบ่อให้หมดไป
    2.4  ใช้ปูนขาวอัตราส่วน  50 – 100  กิโลกรัม / ไร่  หรือมากกว่า  ถ้าดินเป็นกรด  ปูนขาวจะช่วยฆ่าเชื้อโรค  ศัตรูปลาและช่วยปรับสภาพดิน  โดยหว่านปูนขาวให้ทั่วบ่อ
    2.5  ใส่ปุ๋ยคอกอัตรา  100 – 200  กิโลกรัม / ไร่  เพื่อเพิ่มอาหารธรรมชาติให้กับบ่อปลา
    2.6  สูบน้ำใส่บ่อทิ้งไว้  10 – 15  วัน  อาหารธรรมชาติสำหรับลูกปลาจะมีปริมาณเพียงพอ
    2.7  บ่อเก่าถ้าสูบน้ำออกไม่หมดให้ฆ่าศัตรูพืชปลาด้วยโล่ติ้น  หรือกากชา  อัตรา 5 – 10  กิโลกรัม  ต่อ น้ำ  100  ลูกบาศก์เมตร  จะทำให้ศัตรูปลาตาย  ทิ้งไว้ 5 – 7  วัน  พิษของสารพิษจะสลายตัวทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของน้ำ
    2.8  ในกรณีที่ต้องการปรับปรุงบ่อเก่าหลังการจับปลาและฆ่าศัตรูปลาแล้วแต่ไม่ได้ระบายน้ำทิ้งเพราะขาดน้ำใหม่ควรใช้ปูนขาวในอัตรา  250 – 300  กิโลกรัม / ไร่

การเพาะพันธุ์ปลาช่อน ทำได้ 2 วิธี คือ

  1. การเพาะพันธุ์โดยวิธีเลียนแบบธรรมชาติ วิธีนี้ควรใช้บ่อเพาะพันธุ์เป็นบ่อดินขนาด 0.5 – 1.0 ไร่ พร้อมทั้งจัดสภาพสิ่งแวดล้อมเลียนแบบธรรมชาติ โดยปล่อยพ่อแม่พันธุ์ในอัตรา 1:1 ให้ปลาเป็ดผสมรำเป็นอาหารในปริมาณ 2.5 – 3.0 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักปลา
  2. การเพาะพันธุ์โดยวิธีการผสมเทียมด้วยฮอร์โมนสังเคราะห์

การเพาะพันธุ์ปลาช่อนด้วยวิธีผสมเทียมโดยใช่ฮอร์โมน
สังเคราะห์ฉีดเร่งให้แม่ปลาช่อนวางไข่เพื่อที่จะรีดไข่ผสมกับน้ำเชื้อหรือปล่อยให้ผสมพันธุ์กันเองตามธรรมชาติฮอร์โมนสังเคราะห์ที่ใช้ได้แก่ LHRHa หรือ LRH – a โดยใช้ร่วมกับโดมเพอริโดน (Domperidone)
การฉีดฮอร์โมนผสมเทียมปลาช่อนโดยใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์สามารถฉีดเร่งให้แม่ปลาช่อนวางไข่นั้น ด้วยการฉีดเพียงครั้งเดียวที่ระดับความเข้มข้น 30 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักแม่ปลา 1 กิโลกรัม ร่วมกับโดมเพอริโดน 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักแม่ปลา 1 กิโลกรัม ส่วนพ่อพันธุ์ใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์ที่ระดับความเข้มข้น 15 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักพ่อปลา 1 กิโลกรัมร่วมกับโดมเพอริโดน 5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักพ่อปลา 1 กิโลกรัม จากนั้นประมาณ 8–10 ชั่วโมง สามารถรีดไข่ผสมกับน้ำเชื้อได้เนื่องจากไข่ปลาช่อนมีไขมันมากเมื่อทำการผสม เทียมจึงต้องล้างน้ำหลายๆครั้ง เพื่อขจัดคราบไขมัน นำไข่ไปฟักในถังไฟเบอร์กลาสขนาด 2 ตัน ภายในถังเพิ่มออกชิเจนผ่านหัวทรายโดยเปิดเบาๆ ในกรณีที่ปล่อยให้พ่อแม่ปลาผสมพันธุ์กันเอง หลังจากที่แม่ปลาวางไข่แล้วต้องแยกไข่ไปฟักต่างหากเช่นกัน

การฟักไข่
ไข่ปลาช่อนมีลักษณะกลมเล็ก เป็นไข่ลอย มีไขมันมาก ไข่ที่ดีมีสีเหลือง ใส ส่วนไข่เสียจะทึบ ไข่ปลาช่อนฟักเป็นตัวภายในเวลา 30 –35 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิของน้ำ 27 องศาเซลเซียส ความเป็นกรด – ด่าง 7.8 ความกระด้าง 56 ส่วนต่อล้าน

การอนุบาลลูกปลาช่อน
ลูกปลาที่ฟักออกมาเป็นตัวใหม่ๆ ลำตัวมีสีดำ มีถุงไข่แดงสีเหลืองใสปลาจะลอยตัวในลักษณะหงายท้องขึ้นอยู่บริเวณผิวน้ำ ลอยอยู่นิ่งๆไม่ค่อยเคลื่อนไหว หลังจากนั้น 2 – 3 วันจึงพลิกตัวกลับลง และว่ายไปมาตราปกติโดยว่ายรวมกันเป็นกลุ่มบริเวณผิวน้ำ

ลูกปลาช่อนที่ฟักออกมาเป็นตัวใหม่ๆใช้อาหารในถุงไข่แดงที่ติดมากับตัว เมื่อถุงไข่แดงยุบ วันที่ 4 จึงเริ่มให้อาหารโดยใช้ไข่แดงต้มสุกบดละลายกับน้ำผ่านผ้าขาวบางละเอียดให้ลูกปลากินวันละ 3 ครั้ง เมื่อลูกปลามีอายุย่างเข้าวันที่ 6 จึงให้ไรแดงเป็นอาหารอีก 2 สัปดาห์ และฝึกให้อาหารเสริม เช่น ปลาป่น เนื้อปลาสดบด โดยใส่อาหารในแท่นรับอาหารรูปสี่เหลี่ยมซึ่งมีทุ่นผูกติดอยู่ ถ้าให้อาหารไม่เพียงพออัตราการเจริญเติบโตของลูกปลาจะแตกต่างกัน และพฤติกรรมการกินกันเอง ทำให้ตราการรอดตายต่ำจึงต้องคัดขนาดลูกปลา การอนุบาลลูกปลาช่อนโดยทั่วไปจะมีอัตราการรอดประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์และควรเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกวันๆละ 50 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ำ

ขั้นตอนการเลี้ยง
การนำลูกปลาลงปล่อยในบ่อ เราต้องนำถุงบรรจุลูกปลามาแช่น้ำในบ่อที่เราจะปล่อยประมาณ 30 นาทีก่อน เพื่อให้ลูกปลาปรับสภาพเสียก่อน ซึ่งมีหลายคนปล่อยปลาลงเลย ทำให้ปลาน็อคน้ำและตายในเวลาต่อมา หลังจากแช่ไว้ประมาณ 30 นาที ก็สามารถปล่อยปลาลงเลี้ยงในบ่อได้เลย
ปลาช่อนเป็นปลากินเนื้อ อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาช่อนเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง โดยทั่วไปเกษตรกรนิยมเลี้ยงด้วยปลาเป็ด

  1. อัตราการปล่อยปลา ลูกปลาขนาด 8 – 10 เซนติเมตร น้ำหนักตัว 30 – 35 ตัว / กิโลกรัม ควรปล่อยในอัตรา 40-50 ตัว/ตารางเมตร และเพื่อป้องกันโรคซึ่งอาจจะติดมากับลูกปลา ให้ใช้น้ำยาฟอร์มาลินใส่ในบ่อเลี้ยงอัตราความเข้มข้นประมาณ 30 ส่วนในล้าน (3 ลิตร / น้ำ 100 ตัน) ในวันแรกที่จะปล่อยลูกปลาไม่จำเป็นต้องให้อาหาร ควรเริ่มให้อาหารในวันรุ่งขึ้น
  2. การให้อาหาร เมื่อปล่อยลูกปลาช่อนลงในบ่อดินแล้ว อาหารที่ให้ในช่วงลูกปลาช่อนมีขนาดเล็ก คือ ปลาเป็ดผสมรำในอัตราส่วน 4 : 1 หรืออัตราส่วนปลาเป็ด 40 เปอร์เซ็นต์ รำ 30 เปอร์เซ็นต์ หัวอาหาร 30 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณอาหารที่ให้ไม่ควรเกิน 4 – 5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวปลา วางอาหารไว้บนตะแกรงหรือภาชนะแบนลอยไว้ใต้ผิวน้ำ 2 – 3 เซนติเมตร ควรวางไว้หลายๆจุด
  3. การถ่ายเทน้ำ ช่วงแรกความลึกของน้ำในบ่อควรอยู่ที่ระดับ 30 – 40 เซนติเมตร แล้วค่อยๆเพิ่มระดับน้ำ สัปดาห์ละ 10 เซนติเมตร จนได้ระดับ 50 เซนติเมตร จึงถ่ายน้ำวันละครั้ง หลังจากอนุบาลลูกปลาในบ่อดินประมาณ 2 เดือน ปลาจะเติบโตไม่เท่ากัน ใช้อวนลากลูกปลาเพื่อคัดขนาด มิฉะนั้นปลาขนาดใหญ่จะกินปลาขนาดเล็ก
  4. ผลผลิต หลังจากอนุบาลปลาในช่วง 2 เดือนแล้ว ต้องใช้เวลาเลี้ยงอีกประมาณ 4 – 5 เดือน จะให้ผลผลิต 1 – 2 ตัว/กิโลกรัม เช่นเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน จะได้ผลผลิตมากกว่า 6,000 กิโลกรัม
  5. การจับ เมื่อปลาโตได้ขนาดตลาดต้องการจึงจับจำหน่าย ก่อนจับปลาควรงดอาหาร 1 – 2 วัน
  6. การป้องกันโรค โรคของปลาช่อนที่เลี้ยงมักจะเกิดจากปัญหา คุณภาพของน้ำในบ่อเลี้ยงไม่ดี ซึ่งสาเหตุเกิดจากการให้อาหารมากเกินไปจนอาหารเหลือเน่าเสีย เราสามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคได้ โดยการหมั่นสังเกตว่าเมื่อปลาหยุดกินอาหารจะต้องหยุดการให้อาหารทันที

สูตรอาหารปลาช่อนทำเอง
ส่วนผสม

  1. ปลาป่นหรือหอยเชอรี่ 5 กก.
  2. ปลายข้าวต้มสุก 1 กก.
  3. ข้าวโพดป่น 1 กก.
  4. พืชสีเขียว เช่น ผักบุ้ง กระถิน ฯลฯ 1 กก.
  5. รำละเอียด 2 กก.
  6.  เกลือ 2 ขีด
  7. และเสริมด้วยผลไม้สุก เช่น กล้วยน้ำว้า/ฟักทอง/มะละกอ (อะไรก็ได้) 1 กก.
  8. น้ำตาลทรายแดง 5 ช้อนโต๊ะ
  9. จุลินทรีย์ EM หรือน้ำจุลินทรีย์ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
นำหอยเชอรี่มาบดทั้งเปลือก/ปลาป่น ข้าวโพดป่น จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดมาใส่ในกะละมัง ตามอัตราส่วนกำหนดข้างต้น โดยการผสมวัตถุดิบนั้นให้เอาส่วนที่เป็นน้ำผสมกันก่อนแยกต่างหาก (EM+กากน้ำตาล+น้ำเล็กน้อย) จากนั้นค่อยนำมาเทใส่รวมกับส่วนผสมอื่นๆ ผสมให้เข้ากัน หากต้องการทำให้เป็นเม็ดก็นำเข้าเครื่องอัดเม็ด โดยขนาดนั้นสามารถเลือกได้ตามต้องการ (ตามขนาดปลา)หรือจะปั้นเป็นก้อนก็ได้  จากนั้น นำไปผึ่งลมให้แห้งเสร็จแล้วนำไปหว่านให้ปลากิน วันละ 2 มื้อ เช้า-เย็น

ผลผลิต
ช่วงเวลาในการเลี้ยงปลาช่อนประมาณ 8 – 9 เดือน สำหรับปลาลูกครอก ส่วนปลาช่อนที่เริ่มเลี้ยงจากขนาดปลารุ่น 20 ตัว / กิโลกรัม ถึงขนาดตลาดต้องการ ใช้เวลาเลี้ยงอีก 5 เดือน น้ำหนักจะอยู่ระหว่าง 0.6 – 1.0 กิโลกรัม โดยทั่วไปน้ำหนักปลาที่ตลาดต้องการขนาด 0.5 – 0.7 กิโลกรัม สำหรับอัตราแลกเนื้อประมาณ 5 – 6 : 1 กิโลกรัม ผลผลิต 12 ตัน/ไร่

 

Facebook Comments

1 ความคิดเห็น


  1. Fatal error: Uncaught Error: Call to undefined function ereg() in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/functions.php:247 Stack trace: #0 /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/functions.php(218): commenter_link() #1 /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-includes/class-walker-comment.php(179): colabs_list_comments(Object(WP_Comment), Array, 1) #2 /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-includes/class-wp-walker.php(144): Walker_Comment->start_el('', Object(WP_Comment), 1, Array) #3 /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-includes/class-walker-comment.php(139): Walker->display_element(Object(WP_Comment), Array, 2, 0, Array, '') #4 /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-includes/class-wp-walker.php(387): Walker_Comment->display_element(Object(WP_Comment), Array, 2, 0, Array, '') #5 /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-includes/comment-template.php(2182): Walker->paged_walk(Ar in /home/farmth/domains/farmlandthai.com/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/functions.php on line 247